ชื่อผู้แจ้ง : ชื้อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว ส่งวันที่ : 12 มิถุนายน 2552 เวลา 14:45:08      ถูกเปิดอ่านแล้ว 5861 ครั้ง  5861 ครั้ง   เพิ่มขนาดตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร 
เรื่อง : การพัฒนาระบบดิจิตอลในประเทศญี่ปุ่น

      ในที่นี้ขอกล่าวถึงระบบดิจิตอลที่เป็นแบบ ISDB ซึ่งเป็นของประเทศญี่ปุ่น ที่คณะเราได้เดินทางไปอบรมมา จึงนำมาเล่าสู่กันอ่าน...
 
      NHK ได้เริ่มทำวิจัยเกี่ยวกับโทรทัศน์ความคมชัดสูง High Definition Television มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1964 เป็นการวิจัยระบบโทรทัศน์ชนิดใหม่ที่มีความคมชัดเป็นสองเท่าทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดย ดร.ทาคาชิ ฟูจิโอะ มีการกำหนดการแสดงภาพให้เป็นแบบสอดประสาน ( Interlaced ) ที่อัตรา 60 สนามภาพต่อวินาที ( Field / Second )  โดยใช้เส้นแสดงภาพจำนวน 1125 เส้น อัตราส่วนภาพ 5:3 ( ภายหลังเปลี่ยนเป็น 16:9 ) ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบโทรทัศน์ความคมชัดสูงทั้งหลาย โดยระบบ HDTV ผู้ที่คิดค้นเป็นเจ้าแรกคือ NHK
      แต่ NHK ศึกษาระบบ HDTV โดยใช้ระบบ Analog โดยมีเป้าหมายแรกคือให้ผู้คนดูทีวีได้คมชัดและเพิ่มช่องสัญญาณมากขึ้น แต่พ่ายแพ้ต่อกระแสของดิจิตอล เพราะทางยุโรปกลับไม่สนใจในเรื่องของความคมชัดแต่ไปเน้นในเรื่องของการเพิ่มช่องสัญญาณมากกว่า
 
     ในปี ค.ศ.1986 NHK ได้นำระบบนี้ไปแพร่ภาพออกอากาศทางดาวเทียม โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า MUSE ( Multiple Sub-Nyquist Sampling Encoding ) ซึ่งเป็นการออกอากาศแบบอนาล็อกอยู่ แต่จะใช้การบีบอัดข้อมูลแบบดิจิตอล โดยใช้แบนด์วิดท์สูงกว่าช่องดาวเทียมปัจจุบันถึง 9 MHz. และได้เสนอผลการวิจัยนี้ต่อ CCIR ( the Consultative Committee on International Radio ) และมีข้อตกลงมาตรฐานช่องสัญญาณการแพร่ภาพโทรทัศน์เท่ากับระบบอนาล็อกเดิม คือเท่ากับ 6 MHz. ทำให้ศูนย์วิจัยนำกลับมาพัฒนาเพิ่มเติม 
     
      ปี ค.ศ.1991 NHK เริ่มทดสอบการแพร่ภาพแบบ HDTV ผ่านดาวเทียม BSat-1a ที่ญี่ปุ่นเรียกสั้นๆว่า High-Vision และเป็นที่รู้จักกันในวงการโทรทัศน์

     ปี ค.ศ.1993 NHK ได้ทำการวิจัยระบบโทรทัศน์ที่เป็นแบบดิจิตอลล้วนๆ ที่เรียกว่าระบบ ISDB โดยพัฒนาให้เป็น ISDB-S และระบบ ISBD-T

     ปี ค.ศ.2000 เริ่มใช้ระบบ ISDB แพร่สัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินแบบ ISBD-T และระบบดาวเทียม ISDB-S ที่เรียกชื่อว่า BS Digital ( Broadcasting Satellite )

     วันที่ 24 เดือน กรกฎาคม ค.ศ.2011 จะเป็นวันที่สำคัญมากต่อประเทศญี่ปุ่น คือเป็นวันที่จะหยุดการแพร่ภาพระบบอนาล็อก
 
      ญี่ปุ่น เลือกใช้ระบบ ISDB โดยรัฐบาลกำหนดนโยบายที่จะเปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอล เพื่อจัดสรรการใช้ความถี่ให้เกิดประโยชน์ที่สุด เพราะที่ญี่ปุ่นทั่วประเทศ ใช้ช่องสัญญาณความถี่อนาล็อกเต็มหมดแล้ว จึงต้องทำการจัดสรรคลื่นสัญญาณใหม่ โดยให้ศูนย์วิจัยของ NHK Science & Technical Research Labboratories ( STRL ) เป็นผู้พัฒนาระบบ ISDB  และกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ( Maker ) ต้องพัฒนาเครื่องใช้ที่รองรับระบบดิจิตอลได้ในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องและต้องรองรับความสะดวกสบายให้ประชาชนในประเทศญี่ปุ่น เพราะระบบการแพร่ภาพโทรทัศน์มีอิทธิพลต่อประชาชนชาวญี่ปุ่นมาก ใช้เป็นแหล่งให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ความรู้, สุขอนามัย, แจ้งข่าวเตือนภัยต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญมากเป็นอันดับหนึ่งสำหรับประชาชนในประเทศ รองลงมาคือปัญหาเศรษฐกิจ และรัฐบาลญี่ปุ่นยังมีนโยบายออกเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องรับโทรทัศน์เป็นระบบดิจิตอลสำหรับคนที่มีรายได้น้อย  ( แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออะไรจากรัฐบาล ) และจะต้องปิดระบบอนาล็อก ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2011
 
      บริษัท NHK แพร่สัญญาณภาพโทรทัศน์ สำหรับรายการข่าวไม่มีโฆษณา ผู้รับชมจะต้องเสียค่าบริการ โดยคิดเป็นครัวเรือน ไม่มีการบังคับ บ้านใดมีโทรทัศน์ก็สามารถรับภาพรายการได้ หากเปิดชมก็ต้องเสียค่าบริการ ( อาศัยความซื่อสัตย์ ) และจะเรียกเก็บเงินรายเดือนตามบ้าน คิดเป็นหลังคาเรือน ไม่ได้เก็บเป็นรายหัว และในการบริการรูปแบบมือถือในอนาคตจะทำให้รับชมรายการผ่านระบบมือถือได้โดยเสียค่าบริการเป็นเงินแรกเข้า โดยจ่ายค่าสมัครพร้อมๆกับซื้อเครื่องมือถือ
 
      การทำวิจัยของ NHK RSTL เป็นผู้พัฒนา ISDB ตั้งแต่ปี 1993 และเริ่มใช้ระบบ ISDB ในปี 2000  โดยได้จัดทำแบบสอบถามด้วยตนเอง ทั้งเรื่องความนิยม, ฐานะของผู้บริโภค, ติดตามผลการรับชม, ตรวจสอบสัญญาณออกอากาศ เพื่อนำมาพัฒนาระบบ ISDB และประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอล เพราะประเทศญี่ปุ่นมีความความต้องการที่หลากหลายมาก มีความคิดเห็นจากองค์กรหลายๆหน่วยงาน จึงต้องนำมาเลือกและวิเคราะห์ สรุปความจำเป็นและความสามารถของเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการใช้งานในระบบดิจิตอลได้ โดยบริษัท NHK เป็นออกเงินค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด



คุณ Maki Shigemori มาบรรยายข้อมูลต่างๆ ให้ผู้ที่เข้าอบรมได้ฟัง ที่ประเทศญี่ปุ่น
 
      ระบบ Digital Broadcasting : DB กำลังจะเปลี่ยนไปอีกในอนาคต โดยในปี 2011 จะเปลี่ยนเป็น Multimedia Broadcasting โดยญี่ปุ่นได้มีสมาคมควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า ชื่อ ARIB ( Association of Radio Industries and Business ) เป็นองค์กรควบคุมโดยรัฐบาล เข้มงวดเรื่อง Digital Broadcasting มาก มีกฎเกณฑ์หลายอย่างและมีข้อกำหนดชัดเจนเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า และองค์กร ARIB จะเป็นผู้กำหนดว่าอุปกรณ์ใดที่จะใช้กับ Broadcasting และใช้กับวงการโทรทัศน์ ARIB จะกำหนดระบบที่ต้องการใช้งาน และเป็นผู้กำหนดว่าอุปกรณ์ใดจะใช้กับระบบ Broadcasting โดยจะต้องเป็นอุปกรณ์ที่ให้ความสะดวกแก่ประชาชนในการใช้งานและตอบสนองต่อระบบ Digital Broadcasting และผู้ผลิตไม่ต้องกังวลเรื่องการผลิตอุปกรณ์ให้ตรงกับระบบการใช้งาน Digital Broadcasting ซึ่งจะทำให้เป็นมาตรฐานรองรับกับระบบ Multimedia Broadcasting ไปในทิศทางเดียวกันในอนาคต
 
      ARIB ก่อตั้งขึ้นโดยมีคุณ Maki Shigemori เป็นคณะกรรมการร่วมอยู่ด้วย  เพื่อกำหนดมาตรฐาน ( Standard ) และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิค ( Technical Report : TR ) และกำลังกำหนดมาตรฐานให้เป็นแบบเดียวกับ ITS ด้วยความร่วมมือกับสมาคมผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่น JEITA  ( Japan Electronics and Information Technology Industries Association ) และมีข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552 นี้เอง การบริการสื่อสาร เปรียบเสมือนรถยนต์กับถนน รถยนต์เปรียบเหมือนผู้ใช้บริการข้อมูล ถนนเปรียบเหมือนเส้นทางที่จะไปหรือเส้นทางรับส่งข้อมูล และป้ายจราจร ป้ายบอกทางเปรียบเหมือนเอกสารกำกับเส้นทาง จึงต้องมีองค์กรที่มากำหนดการจราจร ซึ่งก็คือ ARIB
 
      และมีองค์การ Digital Broadcasting  Expert Group (DiBEG) เป็นหน่วยงานส่งเสริมและโปรโมทระบบให้แพร่หลายทั่วโลกและแก่บริษัทผู้ผลิตในอุตสาหกรรมวิทยุโทรทัศน์ มาตรฐาน ISDB ครอบคลุมการให้บริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (ISDB-S) , เคเบิ้ลทีวี (ISDB-C) และโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (ISDB-T)ทุกมาตรฐานอยู่บนฐานการบีบอัดสัญญาณมาตรฐาน MPEG-2 ทั้งสัญญาณภาพและสัญญาณเสียงรวมกันในกระแสสัญญาณ MPEG-2 ทรานสปอร์ตสตรีม โทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบ ISDB-T มีความยืดหยุ่นสูง สามารถให้บริการไม่เฉพาะสัญญาณภาพและเสียงเท่านั้นแต่สามารถให้บริการสื่อประสม(Multimedia)อื่นๆ เช่น Data Broadcasting ได้พร้อมกัน โดยทั่วไปจะส่งสัญญาณโทรทัศน์ความชัดเจนสูง (HDTV) พร้อมด้วยส่งสัญญาณ ISDB-Tsb ที่เรียกว่าแบบ  One-Seg  โดยใช้วิธี BST-OFDM (Band Segmented Transmission ) สำหรับโทรทัศน์มือถือ คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์แบบพกพา และเครื่องรับในยานพาหนะ
วันที่แจ้งข่าว  15 มิถุนายน 2552 เวลา 09:52:04 ผู้แจ้งข่าว admin : [2]



สถานภาพของกิจการโทรทัศน์ในประเทศ ญี่ปุ่น
      - ขนาดพื้นที่ 378,000 ตารางกิโลเมตร
      - จำนวนประชากร 127 ล้านคน
      - จำนวนครัวเรือน 48 ล้านครัวเรือน
      - จำนวนเครื่องรับโทรทัศน์ 100 ล้านเครื่อง
      - มีสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินหลัก มีอยู่  5 สถานีหลัก ที่มีเครือยข่ายทั่วประเทศ
      - ญี่ปุ่นแบ่งเป็นเขตต่างๆ ได้ 30 เขต แต่ละเขตก็จะมีสถานีโทรทัศน์เดี่ยวๆออกอากาศในพื้นที่ ที่อยู่ประจำเขตนั้นๆ ประมาณ 3-9 สถานีฯ
 
      คนญี่ปุ่นชอบชมรายการโทรทัศน์มาก โทรทัศน์จึงมีความสำคัญต่อกิจกรรมการดำเนินชีวิตมากๆ โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาในการชมรายการโทรทัศน์   ประมาณ 4 ชั่วโมง / วัน เครื่องรับโทรทัศน์ในญี่ปุ่นมีประมาณมากกว่า 100 ล้านเครื่อง ประชาชนนิยมชมรายการโทรทัศน์ โดยเลือกรับจากสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินเป็นหลัก โดยการออกอากาศภาคพื้นดิน จะครอบคลุมประชากรประมาณ 99.9%
 
      การออกอากาศภาคพื้นดิน ควรเป็น Multi- Channel และ สามารถส่ง HDTV ได้ สามารถทนต่อสัญญาณรบกวนได้ดีและไม่มีปัญหาภาพซ้อน (Ghost) รวมทั้งต้องสามารถรับสัญญาณได้ดีบน Mobile และ Handheld Receiver สามารถให้บริการข้อมูลต่างๆ ในลักษณะที่เป็นการสื่อสารแบบ 2 ทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ต้องสามารถสร้างเครือข่ายแบบ SFN (Single Frequency Network) ได้ด้วย
 
     สถานีโทรทัศน์ที่ญี่ปุ่นมีการแพร่ภาพ ทั้งผ่านดาวเทียมและภาคพื้นดิน แต่สถานีโทรทัศน์ที่ญี่ปุ่นจะไม่นำรายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศภาคพื้นดิน ไปออกอากาศผ่านดาวเทียม เพราะเป็นรายการเฉพาะที่ต้องเสียค่าบริการเนื่องจากนำมาแพร่ภาพผ่านระบบเคเบิลทีวีด้วย ต้องจำกัดบริการไว้ให้สำหรับสมาชิกที่เสียค่าบริการเท่านั้น
 
      การแพร่ภาพโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ก็มีเงื่อนไขในการออกอากาศว่าต้องเป็น HDTV ต้องมีบริการที่ดี และต้องรับสัญญาณภาพด้วยระบบเคลื่อนที่ได้ชัดเจน สามารถรับสัญญาณภาคพื้นดินได้ดี แม้ไม่มีเสาอากาศ, แม้มีท้องฟ้ามือคลึ้ม หรือมีฝนตก กระทั่งมีพายุ เพราะต้องเป็นบริการที่ใช้เตือนภัยถึงเหตุภัยพิบัติต่างๆได้ทันท่วงที
 
      การออกอากาศผ่านดาวเทียม เป็นเพียงทางเลือกในการรับชมรายการโทรทัศน์ และการออกอากาศผ่านดาวเทียม ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศ ควรเป็น Multi- Channel และ สามารถส่ง HDTV ได้ และสามารถทนต่อการรบกวนจากสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะฝนตกก็สามารถรับชมได้เป็นอย่างดี
 
      ย่านความถี่ในการออกอากาศโทรทัศน์ มีการใช้งานอย่างหนาแน่น ทำให้ยากต่อการวางแผนความถี่ เพื่อการออกอากาศแบบ Simulcast (ออกอากาศ ทั้งระบบ Analog และ Digital คู่ขนานกัน) ในช่วงแรก ในญี่ปุ่น มีสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์แบบ Analog ทั่วประเทศมากถึงประมาณ 15,000 สถานี โดยใช้ช่องความถี่ VHF ช่อง 1-12 และ UHF ช่อง 13 - 62 จากสภาพภูมิประเทศของ ญี่ปุ่น ที่เป็นเกาะ และมีภูเขาเป็นจำนวนมาก ทำให้จำเป็นต้องสร้างสถานีเครื่องส่ง Digital มากถึง 3,500 สถานี เพื่อให้ครอบคลุมประชากรได้ตามเป้าประสงค์
 
      เพื่อการแก้ปัญหาช่องความถี่ที่มีไม่เพียงพอต่อการออกอากาศแบบ Simulcast รัฐบาลญี่ปุ่นต้องทุ่มเงินประมาณ 180 พันล้านเยน หรือประมาณ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการย้ายช่องความถี่ของสถานี Analog เดิมที่อยู่ในช่วงของช่องความถี่ตั้งแต่ ช่อง 13-54 (ซึ่งเป็นช่องความถี่ที่เตรียมไว้สำหรับการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบ Digital)ให้ขึ้นไปอยู่ในช่องความถี่ที่สูงขึ้น
วันที่แจ้งข่าว  15 มิถุนายน 2552 เวลา 09:54:46 ผู้แจ้งข่าว admin : [3]



       ในญี่ปุ่นจะมีองค์การ Digital Broadcasting  Expert Group (DiBEG) เป็นหน่วยงานส่งเสริมและโปรโมทระบบดิจิตอล โดยจะเผยแพร่ให้คำแนะนำความรู้ความเข้าใจของระบบดิจิตอลให้แก่ องค์กร, หน่วยงาน, สถาบัน, นักศึกษา และประชาชนได้รับทราบถึงทิศทางของระบบดิจิตอล และยังมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ประชาชนสามารถเลือกซื้อเพื่อนำไปใช้งานให้เหมาะสม แม้กระทั่งทำสติกเกอร์ที่มีคำเตือนไปติดไว้บนเครื่องรับโทรทัศน์ เพื่อให้ประชาชนที่ใช้งานหรือกำลังเลือกซื้อเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องใหม่ที่เป็นระบบอนาล็อก ว่าจะสิ้นสุดการใช้งานภายในปี 2011 เนื่องจากระบบสัญญาณจะถูกเปลี่ยนเป็นดิจิตอลแล้วเครื่องรับระบบอนาล็อกจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ช่วยให้ประชาชนทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำมาใช้ในระบบ Broadcasting ประเภทต่างๆ
 
การวางแผนงานเพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิตอล
      การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิตอล มีความหมายคือการหยุดใช้งานระบบอนาล็อก(หยุดส่งสัญญาณอนาล็อก) และเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิตอล(ส่งสัญญาณดิจิตอล) แต่ไม่กระทำการหยุดในทันทีทันใด โดยจะออกอากาศระบบดิจิตอลคู่ไปกับระบบอนาล็อกเดิม ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชมรับทราบเพื่อแนะนำให้ผู้ชมเปลี่ยนเครื่องรับ และสถานีส่งฯจะลดปริมาณข้อมูลข่าวสาร และค่อยๆลดกำลังส่งลง โดนเน้นการให้ข้อมูล,รายการเนื้อหาสาระที่หลากหลายผ่านสัญญาณดิจิตอลแทน เพื่อเป็นการค่อยๆทำให้ผู้ชมรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไป จะทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้รับชมน้อยที่สุด แต่สามารถรับชมข้อมูลที่หลากหลายมากกว่าในช่องสัญญาณแบบดิจิตอล ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ ที่ดีกว่ามาก
 
เดือน ธันวาคม ปี 2003 :  เริ่มการออกอากาศระบบ Digital จากเครื่องส่งโทรทัศน์หลัก
      - เริ่มแรก การออกอากาศระบบ DTTV ครอบคลุมครัวเรือนได้เพียง 25%
      - 2 ปีต่อมา พื้นที่ให้บริการ สามารถครอบคลุมครัวเรือนได้มากถึง 60%
      - ปัจจุบัน สามารถเพิ่มพื้นที่ให้บริการครอบคลุมครัวเรือนได้มากถึง 96%
 
เดือน ธันวาคม ปี 2006 :
      เริ่มแผนการติดตั้งเครื่องส่งขนาดเล็กเพื่อเสริมจุดบอดต่างๆ กำหนดให้พื้นที่ครอบคลุมต้องไม่น้อยกว่า 98% ของระบบ Analog
 
กิจกรรมจากหน่วยงาน Dpa ( Drive Protector Advance )
      - TV Spots
      - Awareness Campaigns
      - Stickers & Posters for publicity
      - Caravan Campaign
 
กิจกรรมจากหน่วยงาน NHK
      - ส่งแผ่นพับประชาสัมพันธ์ไปยังครัวเรือนต่างๆ
      - ออกอากาศรายการโทรทัศน์เพื่อแนะนำการนำระบบ DTTV มาใช้ในบ้าน
      - ฯลฯ
 
ความท้าทายต่อการทำ Digital Switch-Over ( การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิตอล และปิดระบบอนาล็อก )
 
จะทำให้ผู้ชมที่อยู่นอกเขตบริการสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้อย่างไร ?
    - ในปี 2011; การออกอากาศภาคพื้นดิน เมื่อรวมกับ ระบบเคเบิลทีวีต่างๆ แล้ว    สามารถครอบคลุมจำนวนครัวเรือน ได้ประมาณ 99% ของระบบ Analog
    - หนทางใด ที่เหมาะสมที่สุดในการดำเนินการให้ครัวเรือนที่อยู่นอกเขตบริการสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้
 
จะทำให้ผู้ชมตื่นตัวในการซื้อเครื่อง Digital TV หรือ STB ได้อย่างไร ? และจะช่วยเหลือผู้ชมที่มีรายได้น้อยได้อย่างไร
    - ประชาชนควรมีความรู้ความเข้าใจในคุณสมบัติต่างๆ ของเครื่อง Digital TV และ STB เป็นอย่างดี
    - รัฐบาล และ สังคม จะต้องดำเนินบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญในการช่วยให้ประชาชนตื่นตัว และ สามารถซื้อเครื่อง Digital TV หรือ STB มาใช้งานได้อย่างทั่วถึง
 
แผนงานในการแก้ปัญหา
 
เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ที่อยู่นอกเขตบริการ
    - ใช้ เครือข่ายดาวเทียม "Safety Net" ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติงานในช่วงต้นปี 2010 โดยรัฐบาลจะให้ทุนสนับสนุนบางส่วน
    - ใช้ เครือข่าย IPTV ในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ โดย Broadcaster อนุญาตให้ผู้ให้บริการ IPTV สามารถส่งรายการโทรทัศน์ของตนได้ ตั้งแต่ เดือน ตุลาคม ปี 2007
 
เพื่อทำให้ประชาชนตื่นตัว ในการจัดหาเครื่อง Digital TV หรือ STB
    - ทำเครื่องหมาย "Digital Support" โดยหน่วยงาน Dpa (รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ)
    - มาตรการช่วยเหลือจะเริ่มต้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2009
    - แจกเครื่อง STB ฟรี (หรือ ขายในราคาถูก) แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องกำหนด  คุณสมบัติเบื้องต้นของเครื่อง STB ราคาถูกเหล่านี้ไว้ด้วย
    - ทดลองการหยุดออกอากาศระบบ Analog
วันที่แจ้งข่าว  15 มิถุนายน 2552 เวลา 09:57:29 ผู้แจ้งข่าว admin : [4]



จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น