แจ้ง : 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 05:41:48 [ ถูกเปิดอ่านแล้ว 1196 ครั้ง ]
ชื่อผู้แจ้ง : admin      admin
เรื่อง : ไปเห็นมา

ข้อความ :

ไปเห็นมา
เฝ้าสังเกตพระอาทิตย์เมืองนี้มาหลายวัน ที่ขึ้นมาทักทายตรงเหลี่ยมยอดตึกฝั่งตรงข้ามทุกวัน ที่เรียกว่าเหลี่ยมยอดตึกเพราะไม่กล้าเรียกว่ามุมตึก

มันจะกลายเป็นว่าพระอาทิตย์ไปซุกตัวหลบหนาวอยู่สุดซอย เดี๋ยวจะพาลสงสัยกันไปใหญ่ว่าพระอาทิตย์เมืองนี้โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน เอาเป็นว่าตรง

เหลี่ยมยอดตึกจะเห็นภาพมากกว่า ที่ตรงที่ว่าพระอาทิตย์จะค้างอยู่ตรงนี้นานเป็นพิเศษเหมือนจะคอยดูลูกๆอย่างใกล้ชิด เพราะเมืองนี้เขาเชื่อกันว่า

เป็นลูกพระอาทิตย์ ตั้งแต่วันแรกที่ตื่นขึ้นมาจ๊ะเอ๋กับพระอาทิตย์จนวันนี้พระอาทิตย์ดวงเดิมก็จดจ้องอยู่นานตรงที่เดิมเหมือนเคย ไม่ว่าฝนจะตก ลม

จะหนาวหรือจะยังไงเปิดม่านออกมาก็จ๊ะเอ๋กันตรงที่เดิม เสียงกาตัวเดิมส่งเสียงก้องไปทั้งย่านแทนเสียงไก่ขันที่บ้านเรา ฝั่งตรงข้าเป็นตึกสำนักงาน

อะไรสักอย่างจะมีชายที่เคยเป็นหนุ่มและหญิงที่เคยเป็นสาวมาก ออกมาเก็บขยะที่มีบางคนที่ขาดวินัยทิ้งลงพุ่มไม้ดอกริมถนนหน้าอาคาร คนทั้งคู่น่า

จะเป็นพนักงานออฟฟิสมากกว่าที่จะเป็นพนักงานทำความสะอาด เพราะที่นี่พนักงานทำความสะอาดจะมีชุดทำงานที่บ่งบอกชัดเจน ที่เล่าให้ฟังไม่

ได้คิดอะไรมากมายเพียงแค่คิดถึงสำนักงานใหญ่บ้านเราที่เดินๆไปที่ไหนซักแห่งในที่โล่งแจ้งเคยยืนดูเหมือนกันว่าจะมีสักกี่คนที่จะหยิบเศษ

กระดาษบนทางเดิน ไม่เคยมีเลยไม่มีแม้แต่คนเดียว ก็แค่นั้น เรื่องนี้ก็ผ่านไป ทักทาย โอฮ้าโยโกไซมัสกับหลายๆคนสังเกตเห็นว่าคนที่นี่ให้ความ

สำคัญกับการทักทายมาก ไม่ใช่เรื่องเล่นๆหรือเรื่องสนุกเลยแต่เป็นเรื่องของความจริงจังจริงใจมากจริงๆ ก่อนที่จะมาฟังเรื่องราวของมารยาทคน

ญี่ปุ่นจนรู้สึกอึดอัด พาลคิดไปเรื่อยเปื่อยว่าประเทศอะไรจะมากมายความพิถีพิถันปานนั้นแทบถอดใจไม่อยากมา แต่พอมาเจอแล้วไม่ได้มีความกด

ดันอะไรเลย คนญี่ปุ่นเป็นคนสบายๆในเวลางานก็ทำงานอย่างจริงจัง เรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญยิ่งแม้แต่รถเมล์ยังมาตรงเวลาต้องใช้คำว่าเป๊ะ ไม่ว่า

ฝนจะตกแดดจะออก ลมจะหนาว สาวๆจะนุ่งสั้น รถเมล์ก็ไม่เคยผิดเวลา ที่ป้ายเขียนบอกว่า 09.05 ก็เวลานั้นเลย ก็มีบ้างที่ผิดเวลาแต่ก็แค่ 2 นาที

ซึ่งสร้างความหงุดหงิดและกังวลให้กับผู้คนได้พอสมควร ที่ช้าไม่ใช่เพราะซิ่งแข่งกันจนเกิดอุบัตเหตุเหมือนประเทศสารขันธ์หรอกนะเขาทำถนนและ

มีรถเสียขวางทางขึ้นรถเมล์เขาจะเข้าแถวไม่พูดคุยจ๊อกแจ๊กจอแจ แต่ว่าเรื่องเข้าแถวอะไรๆเขาก็เข้าแถวกันทั้งนั้น ซื้อของ สั่งอาหาร ขึ้นรถไฟ เอา

เป็นว่าทำอะไรทุกอย่างต้องต่อแถวแม้แต่เข้าห้องน้ำแต่***ที่ลึกๆกว่านั้นไม่รู้ว่าต่อแถวหรือปล่าว(อย่าคิดไปเลยเถิด) ขึ้นรถเมล์เขาจะขึ้นประตูหน้า

คนที่ขึ้นมาก่อนก็จะหาที่นั่งส่วนใหญ่ก็จะเดินไปข้างหลังสุดเต็มแล้วก็นั่งถัดมาเรื่อยๆ จะมีเบาะที่อยู่ต่ำที่สุดเป็นเบาะสำหรับคนสูงอายุ คนท้อง เด็ก

และคนที่ไม่ปกติ ประมาณว่าแข้งขาหัก คนพิการ อะไรประมาณนี้ซึ่งถ้าใครไปนั่งแล้วมีบุคคลอย่างที่เล่ามาขึ้นมาบนรถจะถูกมองอย่างเหยียดหยาม

ว่าไร้วัฒนธรรมทันที ในรถไฟฟ้าก็เหมือนกัน จะมีที่นั่งที่เป็นสีฟ้าไว้ช่วงหนึ่ง ที่ตรงนั้นมิบังควรไปนั่งเพราะเป็นที่สำหรับคนพิเศษเหมือนรถเมล์ แต่ก็

นั่งได้ในกรณีรถโล่งว่างจริงๆ แต่ก็ไม่มีใครนิยมประพฤติมากนัก บนรถเมล์ผู้คนก็ไม่พูดกันต่างคนก็จะมีหนังสือคนละเล่มเปิดอ่านหรือบางทีก็กด

โทรศัพท์ แต่ไม่ใช่โทรออกตะบี้ตะบัน แต่เป็นการกดเพื่ออ่านหนังสือบนมือถือ หรือดูข้อมูลข่าวสาร ไม่เฉพาะรถเมล์บนรถไฟก็ไม่ได้แตกต่างเลย

ตั้งแต่ได้เดินทางร่วมกันกับคนญี่ปุ่นยังไม่เคยเห็นใครคุยโทรศัพท์บนรถสาธารณะเลย
ที่สถานีรถไฟผู้คนวิ่งกันขวักไขว่ วิ่งจริงๆนะอย่างที่ว่าเวลาเป็นเรื่องสำคัญการนัดเขาจะไม่ผิดเวลาเลย และจะไม่ไปก่อนด้วย อย่างเร็วที่สุดที่ไปถึงก็

ไม่เร็วไปกว่า 5 นาที ถ้าไปก่อนแบบบ้านเราจะเป็นภาระกับคนที่เรามีนัดด้วยอย่างแรง ซึ่งถือว่าผิดมารยาทพอสมควร แต่สิ่งที่น่าระวังมากกว่าคือไม่

ควรช้าแม้เสี้ยววินาที เพราะตอนที่เรียนก็มีประสบการณ์จากเพื่อนๆที่บางทีท้องใส้มันผิดปกตินั่งในห้องน้ำนานไปหน่อยเกินเวลาที่กำหนดให้พักครั้ง

ละ 5 นาที คุณ Jiro จะวิ่งตามหาเหมือนตามหาลูกสาวหายเลย ถ้ามาไม่ครบ อาจารย์ก็ไม่สอน เจ๋งมั้ยล่ะ เดี๋ยวค่อยมาเล่าให้ฟังอีกทีมีเยอะมาก



มาว่ากันต่อกับสิ่งที่ไปเห็นมา
หลังจากที่คุยกัยถึง Jiro ซังที่คอยตามหาพวกเราเหมือนตามลูกสาวแล้ว(อย่าไปคิดว่าลูกสาวแกหายจริงๆล่ะแค่เปรียบเทียบ)เล่าย้อนหลังไปตอนที่ขึ้นรถเมล์อีกที ตรงที่เรายืนคอยรถเมล์จะมีรั้วกั้นระหว่างทางคนเดินกับถนนรถแล่น แล้วทำเป็นช่องเว้นไว้ให้คนเดินผ่านเข้าออกได้ เชื่อมั้ยว่ารถเมล์จอดตรงเป๊ะไม่พลาดแม้แต่นิ้วเดียว คือจอดตรงช่องที่ทำไว้ ประตูหลังก็ตรงช่องหลัง ประตูหน้าก็ตรงช่องหน้า ที่น่าประทับใจคือน้ำใจของรถเมล์ที่มีให้กัน ถ้ารถเมล์ที่เรานั่งมา บนถนนข้างหน้ามีรถอะไรสักอย่างขวางทางอยู่ รถคันที่วิ่งสวนมาจะกระพริบไฟเป็นสัญญาณแล้วจอดสนิท เพื่อบอกว่า เราหลบให้แล้วท่านมาเถอะผู้โดยสารจะได้ไม่เสียเวลา มองกลับมาบ้านเรา รถเมล์แต่ละคัน กลัวเสียฟอร์มกลัวถูกกล่าวหาว่าไร้ฝีมือ ช่องทางเดินรถเท่ากับจักรยานผ่านได้พ่อคุณยังลุยไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ที่บ้านเราเขาบอกว่าคนขับรถเมล์มีความสามารถที่สุด คือ ขับข้ามจากโลกนี้ไปโลกหน้าได้ กลับมาที่ NHK ต่อ แต่กลับไปที่สถานีรถเมล์ตรงที่เราพักอีกนิดนึงลืมเล่า คือคนญี่ปุ่นเค้ารักหมาอย่างแรงไปไหนมาไหนก็จูง หอบ หิ้ว ลาก หมา(ขออนุญาตเรียกว่าหมาจะได้เห็นภาพชัดเพราะลืมถ่ายภาพเก็บไว้) คนรักหมาคนนึงแกจะไปไหนไม่รู้กะแกไม่กล้าถาม แกพยายามยัดหมาใส่กระเป๋าเพื่อขึ้นรถเมล์ พยายามยัดจนรถเมล์มาแกก็ยังยัดหมาไม่เสร็จ ถ้าเป็นบ้านเราไม่เอาไม่พูดถึงบ้านเราดีกว่า รถเมล์จอดทีแรกเราก็ยังสงสัยว่ารถเมล์จะทำยังไง รถเมล์จอดรอครับท่านผู้ชม รอจริงๆ พร้อมกับถามด้วยความห่วงใยว่าจะให้ยัดหมาช่วยรึป่าว สุดท้ายแกก็ยัดหมาสำเร็จ ก้าวขึ้นรถเมล์ด้วยความรู้สึกเกรงอกเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง แต่คนขับรถเมล์ กับผู้โดยสารบนรถก็แสดงท่าทางบอกว่าไม่เป็นไร พร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวาง และเท่าที่ดูจากกริยาอาการ มันเป็นความจริงใจครับ ไม่ใช่การแกล้งเล่นละครตบตา ถ้ามีจังหวะเหมาะจะหาภาพยัดหมามาฝาก
วันที่แจ้งข่าว  24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 21:26:44 ผู้แจ้งข่าว admin : [2]



มัวแต่เล่าเรื่องยัดหมาลงกระเป๋าเลยลืมเรื่องอื่นเลย ถึงไหนแล้ว กลับมา NHK อีกที ในเวลางานเล่าไปบ้างแล้ว คราวนี้มาถึงเวลาผ่อนคลาย ที่ไปเห็นมา คนญี่ปุ่นเมื่อพ้นเวลางานแล้วจะเป็นคนที่คุยสนุกมาก ดูจากการพูดคุยกันในโรงอาหาร ร้านอาหาร มีเสียงหัวเราะ เสียงใสๆของวัยหวาน เสียงกังวานของหนุ่มน้อยๆ เสียงอ่อยๆของคนชรา และเสียงเฮฮาของเกือบทุกคน คงพอจะทราบกันว่าเราได้ผ่านงานเลี้ยงมาแล้วหนึ่งครั้งเป็นการเลี้ยงต้อนรับที่ NHK ต้อนรับพวกเรา วันนั้นก็ถือว่าสรุปรวมกับวันอื่นๆด้วยเลย เพราะอากัปกริยาใกล้เคียงกัน ในงานเลี้ยง ในโรงอาหาร หรือนอกเวลางานที่ไม่ใช่ที่รโหฐาน โอ่โถงและเป็นสาธารณะ คนญี่ปุ่นจะผ่อนคลาย มาดผู้มากไปด้วยกฏระเบียบหดหายไปจนสิ้น เหลือไว้แต่ความผ่อนคลาย สนุกสนานเฮฮา ไม่มีเรื่องงานมาเกี่ยวข้อง แม้แต่นิดเดียว ขอย้ำแม้แต่นิดเดียว ผิดกับบ้านเรา (อดไม่ได้)พอถึงเวลาทำงานเราจะพูดถึงเรื่อง กินเรื่องเล่นเรื่องเที่ยว พอถึงเวลากิน แทบทุกคนจะเป็นคนทำงานดีมีประสิทธิภาพขึ้นมาทันที โดยที่เพื่อนร่วมงานเป็นพวกไม่ได้เรื่องเป็นคนไม่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ประมาณนั้นแหละ ญี่ปุ่นไม่ใช่ครับพี่น้อง เวลางานเขาทำงานไม่พูดไม่จา เวลาพักเขาพักจริงๆและพักตามเวลาอย่างที่ว่าไปแล้ว ถ้ามีใครสักคนทำผิดไปจากความเป็นจริงของเวลาที่ควรจะเป็น เขาหรือเธอจะเป็นคนสุดแปลก อเมซิ่งในสายตาเลยขอบอก และการที่ญี่ปุ่นด่าด้วยสายตามันเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสอย่างแรงเลย แต่ถ้าใครเป็นอย่างหนาก็คงไม่รู้สึกอะไรมั้ง เรื่องที่ NHK CTI เบรคไว้ก่อน ไปดูเรื่องอื่นกันบ้างแล้วค่อยกลับมาอีกที คราวนี้ไปดูสิ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นทำเพื่อคนญี่ปุ่นบ้าง เรื่องสาธาณูปโภคไม่ต้องพูดถึงครบถ้วนบริบูรณ์ น้ำประปาดื่มได้โดยไม่ต้องไปทำอะไร น้ำไหลไฟสว่าง รถเมล์รถไฟจอดป้ายตรงเวลา ว่ากันไปแล้ว ยังไม่ได้พูดถึงเรือ ก่อนลงเรือ ก็เหมือนเดิมคือตั้งแถว ที่พูดถึงเรือเพราะบังเอิญหลงทางได้ไปนั่งเรือเตลิดเลยไปถึงเกาะสวรรค์เขาเรียกกันแบบนั้น ผ่านสะพานสายรุ้ง เรื่องชื่อต้องทนๆรับไปก่อนชื่อเป็นทางการจะหามาเล่าสู่กันฟังอีกที เกาะสวรรค์ที่ว่าเป็นผลงานการสร้างที่ได้อานิสงค์จากขยะของญี่ปุ่น คือเขาเอาขยะมาถมอ่าวโตเกียว ก็ถมทะเลน่ะแหละ ทำเป็นหาดทรายให้ผู้คนได้มานับเม็ดทรายเล่น ไปเจาะลึกถึงใต้พื้นทรายมาแล้วโดยบังเอิญด้วยสายตาและหัวใจที่คอยจับผิด ไม่จับผิดไดไง น้ำใสเหลือเกิน ใสจนมองลงไปได้ลึกเป็นเมตรๆ ***ตรงที่ใสๆน่ะแหละมองเห็นวัสดุบางอย่างที่เขาปูไว้แล้วเอาทรายกลบ ก็แสดงว่าใต้พื้นทรายคือวัสดุที่เป็นยาง ที่มีขยะเป็นที่รองรับอีกที เรื่องนี้ต้องหาเวลาไปเจาะอีกทีว่าขยะเขาไปทำอีท่าไหนกันยังไง แล้วจะมาเล่าให้ฟัง แต่ที่มองเห็นด้วยตาคือเขาบรรจงสร้างหาดทรายโดยขนทรายมาจากที่อื่น มียางรองอยู่ใต้พื้นทราย ถ้าเราไม่คิดอะไรมากก็จะเห็นหาดทรายสวยงามมองเห็นตัวเมืองตึกรามบ้านช่องที่เป็นระเบียบสวยงาม น่าแปลกที่ธรรมชาติของหาดทรายความงามไม่ได้ขัดกันกับตึกรามบ้านช่องที่มองเห็น
วันที่แจ้งข่าว  24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 21:27:49 ผู้แจ้งข่าว admin : [3]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

วันที่แจ้งข่าว  24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 22:01:21 ผู้แจ้งข่าว admin : [4]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

น้ำใสจริงๆ ใสจนเห็นยางรองพื้น
วันที่แจ้งข่าว  24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 22:03:59 ผู้แจ้งข่าว admin : [5]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ผืนทรายที่ภายใต้เป็นขยะ
วันที่แจ้งข่าว  24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 22:06:13 ผู้แจ้งข่าว admin : [6]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ที่เห็นไม่ใช่หินแต่เป็นกระสอบทรายกับยางรอง สีดำๆนั่นคือแผ่นยางครับ
วันที่แจ้งข่าว  24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 22:20:06 ผู้แจ้งข่าว admin : [7]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ที่เห็นเป็นเกาะเป็นพื้นดินเขาใช้ขยะมาถมทั้งนั้นเลยครับ สะพานที่เห็นรู้สึกเขาจะเรียกกันว่าสะพานสายรุ้งถ้ายังไงจะมาขยายความอีกทีเท่าที่ลอดใต้สะพานเห็นว่าสะพานมีสองชั้นมีทั้งรถไฟและรถยนต์แล่นนะครับเดี๋ยวจะไปเก็บข้อมูลมาอีกที
วันที่แจ้งข่าว  24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 22:25:30 ผู้แจ้งข่าว admin : [8]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

เขากำลังปรับพื้นที่เอาต้นไม้ใหญ่มาลง ไม่เรียกว่าปลูกนะครับต้องเรียกว่าตั้งต้นไม้เหมือนตั้งเสาเรือนเพราะเขาเอาต้นใหญ่ๆมาลง อีกไม่นานก็คงสวยงาม
วันที่แจ้งข่าว  24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 22:28:10 ผู้แจ้งข่าว admin : [9]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ที่เห็นอยู่นี่เขาถมทะเลทั้งนั้นเลยนะครับรวมทั้งที่เห็นอยู่ไกลๆด้วย เดิมที่ตรงนี้เป็นอ่าวครับ หลายคนอาจสงสัยว่าอ่าวคืออะไร ก็น้ำที่ทิ่มเข้ามาในพื้นดินนั่นแหละครับเขาเรียกว่าอ่าว ถ้าดินทิ่มไปในน้ำเขาเรียกว่าแหลม ดินทิ่มขึ้นไปบนอากาศก็เรียกภูเขา อากาศทิ่มไปในดินเรียกว่าหลุมหรือเหว ส่วนดินที่ทิ่มขึ้นมาเหนือน้ำเขาเรียกกันว่าเกาะ ก็เลยสาธยายไปเรื่อยเปื่อยเลย ผ่อนคลายกันครับผ่อนคลาย
วันที่แจ้งข่าว  24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 22:34:31 ผู้แจ้งข่าว admin : [10]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

คนเก็บขยะที่เคยเล่าให้ฟัง เค้าไม่ได้เก็บแค่หน้าสำนักงานแต่เก็บเลยไปถึงไฟแดง และฟากตรงข้ามสำนักงานเขาด้วย เสร็จแล้วก็พากันถือถังขยะเล็กๆกลับเข้าสำนักงาน
วันที่แจ้งข่าว  1 มีนาคม 2552 เวลา 20:41:21 ผู้แจ้งข่าว admin : [11]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

วันที่แจ้งข่าว  1 มีนาคม 2552 เวลา 20:41:47 ผู้แจ้งข่าว admin : [12]



คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

วันที่แจ้งข่าว  1 มีนาคม 2552 เวลา 20:42:29 ผู้แจ้งข่าว admin : [13]



จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น