Modernine TV
ชื่อผู้แจ้ง : ชื้อผู้แจ้งข่าว admin-1     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว ส่งวันที่ : 2 กรกฎาคม 2552 เวลา 14:08:11      ถูกเปิดอ่านแล้ว 1396 ครั้ง  1396 ครั้ง
เรื่อง : เดินเที่ยวในญี่ปุ่นผ่านหน้าเว็บ ด้วย Google Maps และ Google Earth

      ก่อนเดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่น เรามาเรียนรู้สถานที่ต่างๆในประเทศญี่ปุ่นผ่านหน้าเว็บไซต์ด้วย Map Google โดยนั่งอยู่หน้าคอมฯ ไม่ต้องเดินให้เหนื่อย ท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพ ทิวทัศน์ สถานที่ ถนน เส้นทาง ภายในเมืองโตเกียว สามารถมองซูมภาพได้ชัดเจนกว่าโปรแกรม Google Earth เหมือนยืนบนถนนส้นนั้น และมองไปรอบๆได้ เป็นวิธีการจดจำสถานที่และทำความคุ้นเคยก่อนที่จะเดินทางไปจริงๆ
     เนื่องจากหน่วยงานให้โอกาสคณะเราเดินทางไปอบรม ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเวลาจำกัดแค่ 21 วัน ซึ่งรวมวันหยุดด้วย 5 วัน และเพียง 5 วันนี้เองที่เราจะได้มีโอกาสเดินทางไปทำความรู้จักกับสถานที่ต่างๆภายในเมืองโตเกียว นอกเหนือเวลาช่วงอบรม และด้วยเวลาอันกำจัดทำให้เราต้องตรียมตัวก่อนว่าเราจะเดินทางไปที่ใดบ้างในเมืองโตเกียว ต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุด ไม่หลงทาง และสามารถเดินทางไปซื้อของได้ตรงตามความต้องการ (ซึ่งของถูกๆในโตเกียว เราจะมากล่าวในภายหลัง) เราจึงต้องทำการบ้านโดยอาศัยเวลาเตรียมตัวล่วงสัก 1 - 2 สัปดาห์ โดยเริ่มใช้เว็บราวเซอร์ Google Maps และโปรแกรม Google Earth เป็นอุปกรณ์ช่วยในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นผ่านอินเตอร์เน็ต
 
    Google Maps ใช้สำหรับลงไปเดินบนถนนเพื่อมองดูวิวทิวทัศน์ ภายในบริเวณที่ต้องการ ( สามารถใช้งานได้เลยผ่านอินเตอร์เน็ต )
    Google Earth ใช้ค้นหาตำแหน่งจากมุมสูงและวัดระยะทางที่จะเดินทางไป แบบกว้างขวาง ( ต้องลงโปรแกรมและต่ออินเตอร์เน็ตด้วย หวังว่าคงดาวน์โหลดมาเองได้ )
 
      ในหัวข้อนี้จะเป็นการแนะนำการใช้งานและศึกษาสถานที่ต่างๆ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น และในอนาคตอาจจะมีการอบรม CTI รุ่นที่ 2  จึงนำเสนอมาเพื่อแนะนำเส้นทาง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์และจะได้ฝากซื้อของราคาถูกจากญี่ปุ่นด้วย (ในหัวคิดก็มีอยู่เรื่องเดียว)




ชื่อ URL ที่ใช้งาน
ชื่อ URL ลิงค์ที่เราจะใช้งานอยู่ที่ Google.com ชื่อว่า http://maps.google.com/maps?hl=en 
     - หากพิมพ์ URL ชื่อ www.google.com ประเทศไทย จะถูกส่งเป็น www.google.co.th โดยอัตโนมัติ จึงใช้ไม่ได้
     - สำหรับ URL ชื่อ maps.google.co.th ไม่สามารถใช้แผนที่แสดงรูปบนถนนได้
     - hl=en คำสั่งเพื่อให้แผนที่แสดงเป็นภาษาอังกฤษ(ถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่นคงอ่านไม่ออกแน่ๆ)
 
กรอกชื่อที่อยู่เพื่อใช้ค้นหาสถานที่ในแผนที่
       หากเริ่มจากศูนย์(คือไม่รู้อะไรเลย??) คือไม่รู้จะไปที่ไหน ไม่รู้จักชื่อ และไม่รู้ว่าจะไปทำไม? ก็ต้องเริ่มจากโรงแรมที่พักและเริ่มจากสถานที่อบรมก่อน เช่น ชื่อโรงแรมที่พักชื่ออะไร เมืองอะไร เขตอะไร ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น หรือจะเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นเลยยิ่งดี(ถ้าเขียนเป็น)
 
ขอยกตัวอย่างสถานที่น่าไปในโตเกียว ดังนี้
 
- อะกิฮาบาระ ( Akihabara ) เป็นย่านอิเล็คทรอนิคส์, อุปกรณ์ไฟฟ้า, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือสอง, ขายกล้องวิดีโอ, กล้องดิจิตอล, สินค้าปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว(ถือพาสปอร์ตติดตัวไปด้วย) ราคาถูกลง 30-50% และมีร้านค้าอีกมากมายให้เดินเลือกชมเป็นกิโล(ถ้าเดินไหว) เรียกอีกอย่างว่าย่าน Electronic Town
 
- ทาเคย่า ( Takeya ) หรือตึกม่วง ขายสินค้าราคาถูก อาทิ ขนมถุง ขนมปัง อาหารสด ปลาสดๆ ปลาหมึกแห้ง อาหารสด ผักสด อาหารราคาถูก ที่เราสามารถซื้อไปเก็บไว้ทำกินที่ห้องพักได้เป็นสัปดาห์เพื่อความประหยัด (ราคาถูกสำหรับที่ญี่ปุ่น แต่ก็แพงกว่าที่เมืองไทยอยู่ดี)
 
- ตลาด Ameyayoko หรือ Ameyoko
- สวนสนุก Yokohama Cosmo World มีชิงช้าสวรรค์ชื่อ Cosmic Clock 21
สวนสนุก Tokyo Disneyland
- วัดเซนโซจิ (Sensō-ji; Asakusa; Tokyo) หรือวัดโคมแดง, อะซากุสะ,
- โตเกียวทาวเวอร์
 
พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo)
      พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิและพระราชวงศ์ อาณาบริเวณหลายแห่งในพระราชวังจึงมิได้เปิดให้เข้าชม แต่บางส่วนจะเปิดให้เข้าชมได้ในช่วงวันหยุดพิเศษ ตัวปราสาทสร้างตามรูปแบบในสมัยเอโดะ ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพงหิน ทางเข้าหลักจะเป็นสะพานคู่หรือเรียกว่า นิจูบาชิ (Nijubashi) ที่สร้างได้อย่างสวยสง่างาม แต่ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปผ่าน ยกเว้นในช่วงปีใหม่และวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิที่จะเปิดให้พสกนิกร(บางคน)ข้ามมารับพระราชทานพรใกล้ๆที่ประทับ ทางด้านตะวันออกจะมีสวนดอกไม้ (Higashi Gyoen) ซึ่งจัดไว้อย่างสวยงามเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจได้ตลอดเวลา และเข้าไปยังเขตพระราชฐานได้ 3 ประตู จากทั้งหมด 8 ประตู คือ โอเตมง(Ote-mon), ฮิรากาวะมง(Hirakawa-mon) และคิตะฮาเนบาชิมง(Kitahanebashi-mon) ตัวพระตำหนักเป็นอาคารคอนกรีตทรงเตี้ยกว้างสร้างด้วยหินแกรนิตและบะซอลต์จากภูเขาไฟ คลุมด้วยหลังคาสีเขียว สร้างเสร็จในปี 1970 แทนพระตำหนักไม้หลังเดิมที่ถูกระเบิดในช่วงสงครามโลกในปี 1945
 
อาซากุสะ (Asakusa)
      สิ่งที่อยู่คู่กับย่านอาซากุสะและเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่คือ วัดเซ็นโซจิ หรืออาซากุสะคันนง (Asakusa Kannon) น่าจะเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคคันโตและมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนกันแน่นขนัดทุกปี และซื้อของที่ระลึกซึ่งมีร้านรวงตั้งเป็นแถวยาวให้เลือกจับจ่าย จึงทำให้วัดแห่งนี้รุ่งเรืองและคึกคักด้วยผู้คน ตำนานของวัดแห่งนี้เล่าต่อๆกันมาว่าได้มีชายหาปลาสองคนพี่น้องมาทอดแหในแม่น้ำ แต่กลับได้รูปปั้นพระโพธิสัตว์(Kannon)แทน หัวหน้าหมู่บ้านจึงสร้างวัดขึ้นใน ค.ศ. 628 เพื่อประดิษฐานรูปปั้นนั้น และตำนานยังมีต่ออีกว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่พบรูปปั้นได้ปรากฎมังกรทองตัวหนึ่งเลื้อยลงมาจากสวรรค์ บรรดาโชกุนและซามูไรต่างก็นิยมมาสักการะที่วัดนี้ ทางทิศตะวันออกของวัดคือ แม่น้ำซูมิดะงาวะ(Sumida-gawa) ไหลลงอ่าวโตเกียวและใกล้ๆกันจะมีสวนสาธารณะซูมิดะโคเอ็น(Sumida Koen) ซึ่งเปิดโล่งสู่แม่น้ำด้วยบรรยากาศสวยงามน่าเดินเล่น โดยเฉพาะช่วงดอกซากุระบานสะพรั่ง ริมแม่น้ำแห่งนี้ยิ่งสวยงามเหนือคำบรรยายจริงๆค่ะ
 
กินซ่า (Ginza)
      กินซ่านับเป็นย่านที่เลื่องชื่อไปทั่วโลกของญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง ด้วยร้านค้าแบรนด์เนมและโชว์รูมของสินค้าไฮเทคโนโลยีที่รู้จักกันทั่วโลก "โซนี่" ยามค่ำคืนย่านแห่งนี้จะสว่างไสวด้วยแสงไฟจากหลอดนีออนและป้ายโฆษณา สถานบันเทิงต่างคึกคักทำให้ย่านนี้มีชีวิตชีวา ถนนกินซ่าโดริ(Ginza Dori) หรือบางทีเรียกว่า ชูโอโดริ เป็นถนนสำคัญหนึ่งในสองสายที่ตัดผ่านกินซ่า สองฟากถนนเต็มไปด้วยห้องเสื้อทันสมัย แกลเลอรี่ศิลปะและห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำ เช่น มัตสึยะ(Matsuya) ที่ใหญ่สุดในระแวก มิตสึโคชิ(Mitsukoshi) ซึ่งอยู่ในกินซ่า 4 โจเมะ(Ginza 4-chome) อันเป็นย่านของคนคลั่งไคล้การชอบปิ้ง มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งแฟชั่นและของแปลกๆจึงเป็นแหล่งรวมวัยรุ่น จุดนัดพบยอดนิยมของโซนนี้ คือ หน้าตึกโซนี่ จะเห็นผู้คนมายืนเตร็ดเตร่สีหน้ารอคอยอยู่ด้านนอก ส่วนด้านในจะเป็นโชว์รูมสินค้าอิเล็กทรอนิคส์และโชว์รูมโตโยต้า
 
ชินจูกุ (Shin-juku)
     ชินจูกุเป็นสถานีรถไฟที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นจุดเปลี่ยนต่อรถไฟทั้งสายในโตเกียวและวิ่งสู่ภูมิภาคต่างๆรวมถึงรถไฟใต้ดินด้วย บริเวณสถานีมีร้านค้าตั้งอยู่เรียงรายแน่นขนัดทั้งบนดินและใต้ดิน และยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่อีก 4 แห่งให้เดินชอบปิ้งกันสุดเหวี่ยงไปเลยในแถบนั้น หากเดินห้างทั้ง 4 แล้วยังไม่จุใจยังไม่หมดนะคะ ให้ท่านลองเดินไปยังประตูสถานีด้านตะวันออกสู่ชินจูกุโดริ(Shinjuku Dori) ที่นั่นจะมีห้างสรรพสินค้ารวมถึงร้านค้าอีกจำนวนมากไว้รองรับนักช้อป ชินจูกุโดริมีบริเวณโล่งเหมาะแก่การเดินทอดน่องเตร็ดเตร่ มีจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์ให้ชมอยู่ด้านนอกของห้างสตูดิโออัลต้า(Studio Alta) ให้ชมกันเพลินๆไปเลย หากต้องการชมวิวอีกรูปแบบหนึ่งให้เดินมาตามยาซุคุนิโดริซึ่งอยู่ใต้ทางรถไฟ เพื่อไปยังด้านตะวันตกของชินจูกุ ท่านจะได้พบกับอาคารสูงเสียดฟ้ามากมายในย่านตะวันตก เมื่อเดินมาเรื่อยๆท่านจะตื่นตาตื่นใจกับตึกแฝดสูงลิบลิ่ว ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Office) ด้วยความสูงของตึก 48 ชั้น หรือ 243 เมตร ทำให้อาคารแห่งนี้ดูเด่นตระหง่านและเหมือนจะประกาศความยิ่งใหญ่ของโตเกียวได้เป็นอย่างดี
 
ชิบุยะ (Shibuya)
      เป็นย่านทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว เป็นศูนย์รวมของวัยรุ่นญี่ปุ่นมีทุกอย่างไว้ตอบสนองวัยรุ่นที่มีกะตังค์ จึงทำให้ย่านนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ประตูทางออกของสถานีชิบุยะ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือมีผู้นิยมใช้กันมากที่สุด ด้านนอกจะมีรูปปั้นของฮาจิโกะ(Hachiko) สุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่สร้างขึ้นในปี 1964 ผู้คนชอบนัดพบกันตรงบริเวณนี้ จากทางออกด้านนี้จะพบกับสี่แยกใหญ่ มองไปเบื้องหน้าจะพบกับอาคารชิบุยะ 109 (Shiuya 109 building) ทรงกระบอกสังเกตเห็นได้ง่าย จากแยกนี้หากเดินเลี้ยวขวาขึ้นเนินมานิดนึงจะพบกับห้างโตเกียวให้เดินเตร็ดเตร่กัน
 
Rainbow Bridge
      เป็นอีกหนึ่งงานก่อสร้างที่เด่นสะดุดตาในอ่าวโตเกียว มีนักท่องเที่ยวมาแวะชมกันจำนวนมากอีกเช่นกัน ยามค่ำคืนแสงไฟที่ใช้ประดับสะพานสร้างบรรยากาศแสนโรแมนติกไปอีกแบบหนึ่ง จนมีคู่หนุ่มสาวจำนวนมากมาสวีทหวานแหววกับธรรมชาติวิวริมน้ำอย่างนี้กันเป็นประจำ
 
Museum
Tokyo National Museum
      เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีการจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุได้อย่างน่าทึ่งกว่า 800,000 ชิ้น สนใจสามารถไปชมได้ทุกวันเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่ เวลา 9.30 - 17.00 น. เดินทางไปโดยลงสถานีรถไฟ Ueno แล้วเดินต่ออีก 10 นาที
 
The National Museum of Modern Art, Tokyo
      เปิดตั้งแต่ 10.00-17.00 (วันพฤหัสบดีและวันศุกร์เพิ่มเวลาถึง 20.00 น.) ปิดทำการในวันจันทร์ การเดินทางมาที่นี่ให้เดินต่ออีก 3นาทีจากสถานี Takebashi
 
The National Museum of Western Art
      พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกออกแบบโดย Le Corbusier และจัดแสดงผลงานสไตล์ตะวันตกตั้งแต่ยุคเรเนซองจนถึงปัจจุบัน เปิดเข้าชมได้ตั้งแต่ 9.30-17.00 น. และถึง 19.00 น. ในวันศุกร์ ปิดทำการวันจันทร์ เดินต่ออีก 1 นาทีจากสถานี Ueno ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้ว National Science Museum จัดแสดงผลงานความสำเร็จระดับโลกและของญี่ปุ่นเองทางด้านชีววิทยา สัตว์วิทยาและวิทยาศาสตร์แขนงอื่นอีกมากมาย เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 9.00-16.30 น. หยุดทำการในวันจันทร์ ลงรถไฟที่สถานี Ueno แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที
 

วันที่แจ้งข่าว  2 กรกฎาคม 2552 เวลา 15:09:23 ผู้แจ้งข่าว admin-1 : [2]



      พอเปิด URL ของ Google Maps ชื่อ http://maps.google.com/maps?hl=en  ที่หน้าแรก แผนที่จะแสดงพื้นที่ในอเมริกา แม้ว่าจะกรอกข้อมูลอะไรใส่ในช่องค้นหา ก็จะแสดงตำแหน่งที่อเมริกาอยู่ที่เดียว
 
      เริ่มต้นด้วยการไปที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน คือพิมพ์คำว่า japan, shibuya ใส่ในช่องค้นหาของ Google Maps แล้วแผนที่จะแสดงตำแหน่งของประเทศญี่ปุ่น เมืองโตเกียว เขตชิบูย่า ( ดังรูป ) จากการค้นหาจะมีไอคอน A แสดงตำแหน่งของ japan, shibuya เป็นกรอบข้อความขึ้นมา ถ้าไม่มีให้ดับเบิลคลิกที่ไอคอน A เพื่อแสดงกรอบข้อความ ให้คลิกที่ Street view เพื่อลงไปเดินบนถนนตรงตำแหน่งนั้น

วันที่แจ้งข่าว  2 กรกฎาคม 2552 เวลา 17:39:43 ผู้แจ้งข่าว admin-1 : [3]



จากการค้นหาจะมีไอคอน A แสดงตำแหน่งของ japan, shibuya เป็นกรอบข้อความขึ้นมา ให้คลิกที่ Street view เพื่อลงไปเดินบนถนนตรงตำแหน่งนั้น
     - จะปรากฎภาพที่แสดงทิวทัศน์บริเวณรอบๆ ถนนนั้น
     - จะมีกรอบแผนที่เล็กๆ ที่มุมล่างด้านขวามือ เพื่อแสดงทิศทางตามมุมมองที่ดูภาพ
     - มีเส้นสีขาวเป็นทางยาวเพื่อแสดงเส้นทางที่สามารถจะเดินไปได้ตามเส้นสีขาวนั้น
     - มีลูกศรแสดงทิศทางที่สามารถเดินไปได้ โดยคลิกที่หัวลูกศรนั้น จะทำให้ภาพเลื่อนไปตามเส้นทางนั้นๆ
    - หากใช้เมาส์เลื่อนไปบนภาพจะมีกรอบวงกลม หรือกรอบสี่เหลี่ยม เพื่อให้ดับเบิลคลิกเพื่อซูมดูภาพบริเวณที่ต้องการนั้นได้ หรือจะใช้ปุ่ม +/- ที่มุมบนด้านซ้ายมือก็ได้

วันที่แจ้งข่าว  3 กรกฎาคม 2552 เวลา 15:11:27 ผู้แจ้งข่าว admin-1 : [4]



ซูมเข้าไปดูได้ แต่ภาพไม่ละเอียดมากนัก

วันที่แจ้งข่าว  3 กรกฎาคม 2552 เวลา 15:21:21 ผู้แจ้งข่าว admin-1 : [5]



ท่านสามารถใช้เมาส์(คลิกซ้ายแช่ไว้)จับที่ภาพให้หมุนไปรอบๆตัวได้ตามทิศทางที่ต้องการ
วันที่แจ้งข่าว  3 กรกฎาคม 2552 เวลา 15:23:27 ผู้แจ้งข่าว admin-1 : [6]



เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ

วันที่แจ้งข่าว  3 กรกฎาคม 2552 เวลา 15:37:30 ผู้แจ้งข่าว admin-1 : [7]



เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ

วันที่แจ้งข่าว  3 กรกฎาคม 2552 เวลา 15:38:51 ผู้แจ้งข่าว admin-1 : [8]



        ที่มุมบนด้านซ้ายมือจะมีอุปกรณ์ช่วยขยายแผนที่และมีรูปคนสีเหลือง ยังบอกลักษณะการใช้งานได้ หากในแผนที่เป็นบริเวณที่ท่านสามารถลงไปเดินบนถนนได้ รูปคนจะมีสีเหลือง และหากเป็นบริเวณที่ไม่มีเส้นทางที่จะลงไปสำรวจได้ รูปคนก็จะเป็นสีเทา ( เช่นท้องทะเล หรือในเมืองไทย ไม่มีเส้นทางเดินก็ไม่สามารถลงไปเดินบนถนนนั้นได้ )
 
       และหากต้องการความรวดเร็วในการดูภาพบนถนน ท่านสามารถใช้เมาส์ดึงเอารูปคนสีเหลืองออกมาวางบนถนนตามเส้นทางที่ท่านต้องการได้ทันที ( ไม่ต้องคลิกที่ลูกศรเดินทีละภาพ...มันช้า )

วันที่แจ้งข่าว  3 กรกฎาคม 2552 เวลา 16:06:55 ผู้แจ้งข่าว admin-1 : [9]



      เมื่อท่านดึง(คลิกเมาส์แช่ไว้ หรือแดร็ก) เอารูปคนสีเหลืองลงมาวางบนแผนที่ จะแสดงภาพเส้นทางสีน้ำเงินครอบอยู่ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นถนนที่สามารถนำรูปคนลงไปวางได้ทันที เส้นทางใดที่ไม่มีเส้นสีน้ำเงินแสดงว่าไม่สามารถนำรูปคนลงไปวางสำรวจได้
 
      ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแห่งเทคโนโลยีและมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ตั้งแต่ผมยังเด็กผมรู้จักประเทศญี่ปุ่นผ่านหน้าจอโทรทัศน์ จากภาพยนต์การ์ตูนเรื่องโดราเอม่อน ถูกปลูกฝังวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กๆ แม้แต่ลูกชายผมยังนั่งดูทุกๆเช้าและทุกๆเย็น เป็นแผ่น VCD ก็เปิดดูบ่อยๆหลายรอบจนแผ่นลาย และการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นด้วยเครื่องบิน ก็ใช้เวลาแค่ 5-6 ชั่วโมง ค่าเครื่องบินไปและกลับประมาณ 20,000-30,000 บาท (ไปกับกลุ่มทัวร์ 3-5 วัน ) คิดว่าหลายคนคงปรารถนาที่จะไปเยี่ยมเยียนโนบิตะกับโดเรม่อนสักครั้ง ( ตอนที่ไปอบรมที่ญี่ปุ่นโดเรม่อนกลับโลกอนาคตไปแล้ว เลยไม่ได้เจอกัน ) อีกทั้งประเทศญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญต่อการทำแผนที่ภาพไว้บน Google Maps ครอบคลุมทุกพื้นที่ในเมืองหลักๆ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศญี่ปุ่นด้วยอีกทางหนึ่ง ทำให้ผู้คนจากต่างประเทศสามารถเข้ามาชมภาพและเกิดความปรารถนาที่จะไปเที่ยวสักครั้ง แตกต่างจากเมืองไทยหากเราลองเข้าไปค้นหาในประเทศไทยจะไม่มีรูปภาพแผนที่แสดงให้เห็นเลย ไม่ใช่ว่าผมมาส่งเสริมให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เป็นการแนะนำให้รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ซึ่งมันมีอยู่แล้ว แต่คนทั่วไปไม่รู้จักนำมาใช้ เมื่อมีความจำเป็นต้องไปประเทศญี่ปุ่น ก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถค้นหาเส้นทางได้สะดวก ไม่หลงทาง และไม่เสียเวลา เพื่อจะได้ไปพบประสบการณ์ใหม่ๆที่หลากหลาย ในการเดินทางไปครั้งแรกในช่วงระยะเวลาอันสั้น ( ดีกว่าไปแล้วนอนอยู่ห้องพักเฉยๆ หรือไปแล้วหลงทาง หรือกลัวหลงเลยไม่ไป... ) 
 
     หากเรามีความตั้งใจศึกษาเส้นทางภายในโตเกียวไว้ก่อนเดินทางจะทำให้การเดินทางเกิดความสนุกปนกับความระแวง(กลัวหลง) เกิดอรรถรสไปอีกแบบ และเมื่อได้ไปจริงๆสักครั้ง ผมคิดว่าในการเดินทางไปครั้งต่อๆไปคงไม่หลงทางอีกแน่นอน เรามาลองใช้งาน Google Maps ศึกษาเส้นทางให้เกิดความชำนาญและสร้างความคุ้นเคยกับโตเกียวประเทศญี่ปุ่นกันก่อน และหากใช้งาน Google Maps ได้คล่องๆ แล้วจะพาไปยังตำแหน่งที่เที่ยวและที่ซื้อของถูกๆในโตเกียว และจะสรรหาข้อมูลมาฝากอีกภายหลัง

วันที่แจ้งข่าว  3 กรกฎาคม 2552 เวลา 16:08:44 ผู้แจ้งข่าว admin-1 : [10]



จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น