ชื่อผู้แจ้ง : ชื่อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว แจ้งวันที่ : 1 ธันวาคม 2561 เวลา 07:36:31      ถูกเปิดอ่านแล้ว 1470 ครั้ง  1470 / 0 ครั้ง   ลดขนาดตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร 
ประเภท : [ บทความ ]      คอมพิวเตอร์      Network      Network
ชื่อเรื่อง :

สายแลนและหัวต่อ LAN CAT5 กับ CAT6 ต่างกันอย่างไร?



     เราไปหาซื้อหัวต่อ LAN ราคาถูก ยี่ห้อ Glink มี 2 รุ่น GL380 และ รุ่น GL382 ราคาต่างกันเล็กน้อย แล้วทั้งสองรุ่นนี้ต่างกันอย่างไร? หัวต่อแลน ยี่ห้อ Glink รุ่น GL380 จะใช้สำหรับสายแลน CAT5 และ CAT5e ส่วนหัวต่อแลน รุ่น GL382 ใช้สำหรับสายแลน CAT6 นั่นเอง โดยส่วนใหญ่ที่มีจำหน่ายหรือเราใช้งานสายแลน เป็นแบบ CAT5e ให้เลือกซื้อหัวต่อแลน รุ่น GL380 ราคา 105 บาท มีจำนวน 100 ชิ้น ราคาประหยัดมาก นำมาใช้งานก็ได้คุณภาพที่ดีเยี่ยมแล้ว




ทำไมเราไม่เลือกหัวต่อ ยี่ห้อดังๆ ราคาแพงๆ น่ะรึ

หัวต่อแลน ที่ซื้อมาอย่างดี ยี่ห้อดีๆ ดังๆ ราคาแพงๆ ราคา 12 บาท/หัว ใส่ถุงไว้อย่างดี ขั้วคอนเน็คทองเหลืองก็ยังเป็นคราบสนิมสีดำ

บางคนบอกว่า ไปซื้อหัวต่อสายแลนอย่างดี จะมีคุณภาพมากกว่า ราคาหัวละ 10-15 บาท แพงมากกว่า แล้วจะเข้าหัวต่อได้ง่าย ไม่พลาดไม่หลุด แต่ผมเคยซื้อมาใช้งาน ก็เป็นคราบสนิมง่าย เข้าหัวต่อแลนไม่แน่นเสมอไป เข็มทองเหลืองแทงสายทองแดงไม่ทิ่มลงในเนื้อทองแดง ทำให้ขั้วต่อสายไม่แน่น สายวงจรหลุดบ่อยๆ ต้องแก้ไขตัดสายแลนใหม่

แต่เราใช้หัวต่อแลน ยี่ห้อ Glink รุ่น GL380 สำหรับสายแลน CAT5 และ CAT5e ซื้อยกถุง ถุงละ 100 หัว ราคา 105 บาท ไม่แพง ตกราคาหัวละ 1 บาท เก็บไว้นานเป็นปี ขั้ว Connect ทองเหลือง ไม่เกิดคราบสนิม หัวแลนที่เข้าสายแลนก็ไม่พลาด(พลาดแต่เสียบสายผิดสีเพราะเริ่มแก่สายตาไม่ดี55) เวลาใช้คีมบีบหัวแลนก็กดเข็มทิ่มเส้นทองแดง แทงลงได้ลึก หัวแลนที่เข้าสายไปแล้ว นานเป็นปี ขั้วคอนเน็คทองเหลืองก็ยังดูแวววาว ไม่เป็นคราบสนิม

    ใครจะอ้างว่าชอบของแพง ใช้ในงานราชการ ใช้ในงานหลวง ก็เบิกซื้อหัวแลนและสายแลน ราคาแพงๆไปโลด เราก็เคยเห็นคนเรียนมาด้านนี้ เรียนจบสูง หัวสูง เลือกใช้วัสดุอย่างดีมีราคาแพง แล้วหวงอุปกรณ์ แต่เราสังเกตุดูวัสดุที่ใช้งานนั้นก็เกิดคราบสนิม หัวต่อสายแลนบีบสายทองแดงไม่แน่น วงจรขาดใน พบเห็นเป็นประจำ เราต้องคอยแก้งานให้ เราก็ไม่เชื่อถือแร้วล่ะ





      ส่วนตัวเราเอง เราใช้เงินตัวเองซื้อวัสดุอะไหล่ ก็เลือกใช้งานวัสดุหัวต่อสายแลนที่มีขายทั่วไป หาซื้อง่ายได้ตามร้านค้าที่อยุ่ในท้องถิ่นบ้านเรา เราเลือกใช้วัสดุที่ราคาไม่แพงเกินไป เราก็เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ตามประสบการณ์เราเอง หัวต่อสายแลน ยี่ห้อ Glink รุ่น GL380 ซื้อมาเป็นถุง เก็บไว้นานเป็นปี คอนเน็คทองเหลืองก็ไม่เป็นคราบสนิม อย่ามาเชื่อเรา.. เราปฏิญาณไว้แล้วว่าจะไม่แนะนำใคร ตบปากตัวเอง เอิ้กๆ

วิธีการเข้าหัวต่อสายแลน RJ45





     ลืมบอกไป หัวต่อสายแลน ซื้อที่ร้านอมร ขอนแก่น ถิ่นอิสานบ้านเฮาเอง เราแนะนำได้หมด ถ้าสดชื่น..




หัวต่อแลน เป็นแบบ RJ45 เรียกเหมือนกันทั้งสองแบบ ทั้ง CAT5 และ CAT6 ใช้คีมบีบหัวแลน RJ45 ทั่วๆไป ก็สามารถใช้บีบหัวต่อได้ทั้งคู่

ลักษณะหัวต่อแลนแบบ CAT5 เส้นทองแดงจะวางเรียงกัน ส่วนหัวต่อแลนแบบ CAT6 เส้นทองแดงจะสลับฟันปลากัน

เส้นทองแดงและฉนวนหุ้มของ CAT6 จะใหญ่กว่า CAT5 เล็กน้อย

หากนำสาย CAT5 ไปสวมใส่ หัวต่อ CAT6 ก็จะหลวมเล็กน้อย ต้องใช้คีมบีบหัวแลนกดแรงๆแน่นๆ

หากนำสาย CAT6 ไปสวมใส่ หัวต่อ CAT5 ก็จะแน่น เสียบเข้ายาก แต่ก็สามารถใส่เข้าไปได้ เพียงแต่ต้องใช้คีมบีบหัวต่อ ต้องใช้แรงบีบกดสายแลนเข้าไปแรงๆหน่อย

สาย CAT5 --> speed 10/100 --> BW 100MHz.

สาย CAT5e --> speed 10/100/1000 --> BW 100MHz.

สาย CAT6 --> speed 10/100/1000 --> BW 250MHz.

การเชื่อมต่อเครือข่าย Network โดยใช้สายแลน ทั้ง CAT5 , CAT5e , CAT6 ไม่ควรใช้สายยาวเกิน 100 เมตร แต่ผมเคยใช้สายยาว 150 เมตร ก็สามารถต่อใช้งานอินเตอร์เน็ต และสตรีมวิดีโอ 500kbps ได้สบายๆนะ

หากจะใช้สายแลนเชื่อมเครือข่ายเกิน 200 เมตร ให้ทำดังนี้

เร้าเตอร์(เมน) ---------(สายแลน)---------> เร้าเตอร์ ---------(สายแลน)---------> เร้าเตอร์ ---------(สายแลน)---------> ทำซ้ำไปเรื่อยๆ

(สายแลน) 100-150 เมตร

ถ้าทำแบบนี้ ใช้เร้าเตอร์ขั้นกลาง เชื่อมต่อไปเรื่อยๆไกลเป็นกิโลเมตร ก็ใช้งานได้





      สายแลน LAN CABLE ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ คือ COAXIAL CABLE, UTP CAT5, UTP CAT5e CABLE, UTP CAT6 CABLE และ UTP CAT7 CABLE ซึ่งขีดความสามารถในการใช้งานก็จะแตกต่างกัน

1. COAXIAL CABLE คือ สายทองแดงที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วที่ต่ำ MAXIMUM ของ SPEED จะอยู่ที่ 10Mbps ส่วนมากใช้ในระบบ BUS

2. UTP CAT5 คือสายทองแดงตีเกลียวที่ใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วปานกลาง MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 100Mbps และ BANWIDTH อยู่ที่ 100MHz ใช้ในระบบ RING, STAR และแบบผสม

3. UTP CAT5e CABLE คือสายทองแดงตีเกลียวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วสูง MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 1Gbps และ BANWIDTH อยู่ที่ 100MHz

4.UTP CAT6 CABLE คือสายทองแดงตีเกลียวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มี MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 10Gbps และ BANWIDTH อยู่ที่ 250MHz

5. UTP CAT7 CABLE คือสายทองแดงตีเกลียวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มีความเร็วสูง MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 10Gbps และ BANWIDTH อยู่ที่ 600MHz

     เหล่านี้คือสายที่นำมาใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบันที่นิยมใช้และนำมาใช้กันมากที่สุดก็คือ สาย CAT5e และ CAT6 เพราะในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้ SWITCH ที่มีความเร็วอยู่ที่ 10/100/1000 Mbps ซึ่งยังไม่มีใครที่ใช้เกินไปกว่านี้





         สาย LAN หรือสายประเภท UTP เป็นสายคู่บิดเกลียวแบบไม่มีฉนวนหุ้ม ( UTP : Unshielded Twisted Pair ) หรือ สายตีเกลียวที่ไม่มีตัวป้องกัน สาย UTP เป็นสายที่พบเห็นกันมาก มักจะใช้เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไปยังอุปกรณ์สื่อสารตามมาตรฐานที่กำหนด สายประเภทนี้จะมีความยาวของสายในการเชื่อมต่อได้ไม่เกิน 100 เมตร และสาย UTP มีจำนวนสายบิดเกลียวภายใน 4 คู่ คู่สายใน สายคู่ตีเกลียวไม่หุ้มฉนวนคล้ายสายโทรศัพท์ มีหลายเส้นซึ่งแต่ละเส้นก็จะมีสีแตกต่างกัน และตลอดทั้งสายนั้นจะถูกหุ้มด้วยพลาสติก(Plastic Cover) ปัจจุบันเป็นสายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากราคาถูกและติดตั้งได้ง่าย แสดงดังรูปข้างบน

     สายแลน UTP ประเภท Catagory5(CAT-5e) พัฒนามาจากสายแลน CAT-5 ผลิตจากสายทองแดงที่มีการบิดตีเกลียวมากขึ้น มีการป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีและสามารถรองรับการส่งข้อมูลที่ความเร็ว 1,000 Mbps (1Gbps) ที่ความยาว 100 เมตรได้ สามารถรองรับการทำงานของอุปกรณ์เครือข่ายในปัจจุบัน เช่น Ethernet, Fast Ethernet โดยมี Bandwidth 100 MHz 

     ส่วนสายแลน UTP ประเภท CAT6 คือ สายทองแดงตีเกลียวที่นำมาใช้ในระบบ LAN ที่มี MAXIMUM ของ SPEED อยู่ที่ 10Gbps และมี BANWIDTH อยู่ที่ 250MHz.





สายแลน UTP บางยี่ห้อ เป็นสายแลนประเภท CAT5e ระบุว่ารองรับการส่งข้อมูลที่มีความเร็ว Speed ถึง 1Gbps. แต่มี Band Width สูงถึง 350MHz. ซึ่งมากกว่าสายแลน CAT6 ซะอีก เกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ ไม่รู้จะเชื่อใครดี 55




แต่สายแลนบางยี่ห้อ ที่เป็นแบบ CAT5e ก็รองรับการส่งข้อมูลสูงสุด 1Gbps. และมี Band Width 100MHz. ตามมาตรฐาน ก็ใช้งานได้ดีเช่นกัน เราต่อสายเครือข่ายเชื่อม Swicth HUB ยาว 100 เมตร ก็ใช้อินเตอร์เน็ตได้รวดเร็วดี มีอัตราการโหลดไฟล์ได้รวดเร็วถึง 6.2Mbps (เช่า Fliber 50MB/s , Mbps = MB/s ÷ 8 ) ก็เหลือเฟือแร้วนะ สำหรับการเชื่อมต่อสายแลนยาวๆไปได้เป็นระยะทางไกลๆ ถึง 100 เมตร โดยไม่มีปัญหาของสัญญาณ



จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น