Modernine TV
ชื่อผู้แจ้ง : ชื้อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว แจ้งวันที่ : 24 ตุลาคม 2561 เวลา 10:08:30      ถูกเปิดอ่านแล้ว 52 ครั้ง  52 / 0 ครั้ง   เพิ่มขนาดตัวอักษร เพิ่มขนาดตัวอักษร 
ประเภท : [ บทความ ]      งานซ่อมอุปกรณ์      ซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า      ซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า
ชื่อเรื่อง : วิธีวัดความต้านทานขดลวดมอเตอร์พัดลม

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ความต้านทานของขดลวดมอเตอร์พัดลม จะไม่เท่ากัน แต่ส่วนใหญ่จะมี ค.ต.ท.เรียงจากมากไปหาน้อย สวิตซ์กดเบอร์ 1 ถึง 3

เฉพาะบางยี่ห้อ หรือบางรุ่น
- เบอร์1 Low(สายสีดำ) ค.ต.ท.มากที่สุด
- เบอร์2 Medium(สายสีน้ำตาล) ค.ต.ท.ปานกลาง
- เบอร์3 High(สายสีแดง) ค.ต.ท.น้อยที่สุด
- ใช้มิเตอร์วัดเทียบกับสายสีขาว
- สายสีฟ้าเป็นสายไฟเข้ามอเตอร์

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก.. 
กลุ่ม Facebook รวมช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างช่วยช่าง




คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่



ถ้าเป็นของพัดแอร์ ขด Start ที่จริง ค.ต.ท ต้องมากกว่า แต่ทำไมของพัดลมถึงต่างกัน ขึ้นอยู่กับช่างจะพันขดลวดแบบไหน ใช้วงจรไหน? ให้มี 5 เส้น Low , High , Medium ,  Start , Run เราก็เอามาต่อให้ถูกต้อง ใช้วงจรนี้





คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่


คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

พัดลม TOSHIBA รุ่น EL858C เป็นพัดลม 12 นิ้ว

ข้อมูลดีๆ ที่มาจาก

พัดลมจะมีขดลวดอยู่ 4 ขด

1.ขด START ขดที่1 = 25.2 โอมห์
2.ขด START ขดที่2 = 100.7 โอมห์
3.ขด START ขดที่3 = 261.5 โอมห์
4.ขดรัน RUN หรือขดมอเตอร์หลัก = 434โอมห์

ถ้าวัดคร่อม CAPACITOR จะได้ 604.4 โอมห์ เป็นการวัดขดลวด 3 ขดครึ่ง รวมกัน คือ ขดสตาร์ทที่1, ขดสตาร์ทที่2, ขดสตาร์ทที่3 และขดมอเตอร์หลัก(ขดรัน) ครึ่งขด


CAPACITOR ในที่นี้ผมขอเรียกย่อๆว่า C หรือคาปาซิเตอร์

ขดรัน RUN เรียกอีกอย่างว่าขดมอเตอร์หลัก

ขด START ขดที่ 2 กับขด START ขดที่ 3 จะทำหน้าที่2อย่าง คือ สตาร์ท กับจำกัดกระแสให้ขดรัน ขึ้นอยู่กับว่าจะกดสวิทช์เบอร์อะไร การทำงานจะเปลี่ยนไปตามการกดสวิทช์

#################################

สายคอมม่อน คือ สายร่วม มี 3 เส้น คือ
- สายสวิทช์เบอร์ 1 สีดำ
- สายสวิทช์เบอร์ 2 สีน้ำเงิน
- สายสวิทช์เบอร์ 3 สีแดง

ส่วนสายสีขาวจะเป็นไฟ AC ที่ต่อเข้าไปที่ขดรันตรงๆ ส่วนสายที่อยู่ที่ขั้ว C ค่า 2.5uF 200VAC 50/60HZ คือ สายสีน้ำเงิน สายสีน้ำเงินนี้คือสายสตาร์ท ส่วนสายสีน้ำเงินที่สวิทช์เบอร์ 2 จะไม่เกี่ยวข้องกัน ส่วนอีกเส้นที่ต่ออยู่ที่ขั้ว C คือสายสีเขียว สายสีเขียว(เส้นเล็ก)คือสายรันแบบครึ่งขด

#################################

เมื่อมีการกดสวิทช์เบอร์ 1

สายไฟ AC สีน้ำตาล จะต่อไฟเข้าสายสีดำ ซึ่งเป็นสวิทช์เบอร์ 1 แล้วสายสีดำจะแยกออกเป็น 3 ทาง

สายสีดำแยกที่ 1 

     ต่อเข้าไปที่ขด START ขดที่2 ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่จำกัดกระแส แล้วต่อเข้าขด START ขดที่3 ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่จำกัดกระแส แล้วต่อเข้าขดลวดรันตามลำดับ เมื่อไฟ AC ออกจากขดรันก็จะเป็นสายสีขาว ต่อเข้ากับไฟACอีกเส้น ครบวงจร


สายสีดำแยกที่ 2

    เข้าไปที่ขด START ขดที่ 2 ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่จำกัดกระแส แล้วเข้าขดSTARTขดที่3ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่จำกัดกระแส แล้วเข้าขดลวดรันประมาณครึ่งขด ออกมาเป็นสายสีเขียวเข้าที่ขั้วคาปาซิเตอร์ เรียกสายเส้นนี้ว่าสายรันแบบครึ่งขด


สายสีดำแยกที่ 3

     ไฟ AC ผ่านขด START ขดที่ 1 เข้าไปที่ขาคาปาซิเตอร์อีกขั้ว คือสายสีน้ำเงิน สายสีน้ำเงินนี้เรียกว่าสายสตาร์ท ทำให้ไฟ START ครบวงจร CAPACITOR เกิดการเก็บประจุและคลายประจุ เนื่องจากไฟบ้านในประเทศไทยใช้ 220VAC/50HZ ดังนั้นจึงเก็บประจุ 50 ครั้ง และคลายประจุ 50 ครั้ง ภายใน 1 วินาทีตามความถี่ 50HZ ทำให้ CAPACITOR มีแรงไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าคือ จากไฟบ้าน 220VAC แต่ต่อออกมาที่คาปาซิเตอร์สายสีเขียว เพียงประมาณครึ่งขดรัน แรงไฟจึงเหลือประมาณ 110VAC แต่จังหวะที่คาปาซิเตอร์คลายประจุจะมีแรงดันเป็น 2 เท่า คือ 220VAC แต่มีโหลดและการจัดวงจรจึงทำให้ไฟตกลงมา เหลีอไม่เกิน 200VAC ทำให้เกิดแรงฉุดมอเตอร์ให้หมุนได้ ถ้า C แห้ง มอเตอร์ก็จะไม่หมุน แต่ไม่มีเสียงตืดใดๆ ถ้าเป็นเครื่องซักผ้าจะมีเสียงตืดให้ได้ยิน ในพัดลม TOSHIBA รุ่น 12 นิ้ว ที่ทำการทดลองวัดนี้ใช้

C ค่า 2.5UF/200VAC/50/60HZ สมมุติถ้าใช้ค่า C ที่สูงกว่านี้ ก็จะทำให้มอเตอร์หมุนแรงขึ้น แต่ไม่ทนคือพังง่ายนั่นเอง แต่ถ้าวัดไฟคร่อม CAPACITOR จะได้ไม่ถึง 200VAC เพราะเมื่อมีโหลดไฟก็จะตกลงมาตามส่วน

#################################

สำหรับ TOSHIBA รุ่น 12 นิ้ว วัดไฟคร่อม C จะได้ดังนี้
- สวิทช์เบอร์ 1 = 176 VAC
- สวิทช์เบอร์ 2 = 184 VAC
- สวิทช์เบอร์ 3 = 166 VAC
สังเกตุว่า ไฟคร่อม C ที่สวิทช์เบอร์ 3 จะต่ำที่สุด


ถ้าเป็น HATARI รุ่น 18 นิ้ว วัดไฟคร่อม C จะได้ดังนี้
- สวิทช์เบอร์ 1 = 328 VAC
- สวิทช์เบอร์ 2 = 357 VAC
- สวิทช์เบอร์ 1 = 368 VAC
สังเกตุว่า ไฟคร่อม C ที่สวิทช์เบอร์ 3 จะมากที่สุด

#################################

เมื่อมีการกดสวิทช์เบอร์ 2

สายไฟ AC สีน้ำตาลจะต่อไฟเข้าสายสีน้ำเงินซึ่งเป็นสวิทช์เบอร์ 2 แล้วสายสีน้ำเงินจะแยกออกเป็น 3 ทาง

สายสีน้ำเงินแยกที่1
    เข้าไปที่ขดSTARTขดที่3ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่จำกัดกระแส แล้วเข้าขดลวดรันตามลำดับ เมื่อไฟACออกจากขดรันก็จะเป็นสายสีขาว ต่อเข้ากับไฟACอีกเส้น ครบวงจร


สายสีน้ำเงินแยกที่2
     เข้าไปที่ขดSTARTขดที่3ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่จำกัดกระแส แล้วเข้าขดลวดรันประมาณครึ่งขด ออกมาเป็นสายสีเขียวเข้าที่ขั้วคาปาซิเตอร์ เรียกสายเส้นนี้ว่าสายรันแบบครึ่งขด


สายสีน้ำเงินแยกที่3
     ไฟ AC ผ่านขด START ขดที่ 2 และขด START ขดที่ 1 เข้าไปที่ขาคาปาซิเตอร์อีกขั้ว คือสายสีน้ำเงิน สายสีน้ำเงินนี้เรียกว่าสายสตาร์ท ทำให้ไฟ START ครบวงจร CAPACITOR เกิดการเก็บประจุและคลายประจุ 

#################################

เมื่อมีการกดสวิทช์เบอร์3

      สายไฟ AC สีน้ำตาลจะต่อไฟเข้าสายสีแดงซึ่งเป็นสวิทช์เบอร์ 3 แล้วสายสีแดงจะแยกออกเป็น3ทาง

สายสีแดงแยกที่1

เข้าไปที่ขดขดรัน เพียงขดเดียว เมื่อไฟACออกจากขดรันก็จะเป็นสายสีขาว ต่อเข้ากับไฟACอีกเส้น ครบวงจร


สายสีแดงแยกที่2

เข้าไปที่ขดรันประมาณครึ่งขด ออกมาเป็นสายสีเขียวเข้าที่ขั้วคาปาซิเตอร์ เรียกสายเส้นนี้ว่าสายรันแบบครึ่งขด


สายสีแดงแยกที่3

   ไฟACผ่านขดSTARTขดที่3และขดSTARTขดที่2 และขดSTARTขดที่1 เข้าไปที่ขาคาปาซิเตอร์อีกขั้ว คือสายสีน้ำเงิน สายสีน้ำเงินนี้เรียกว่าสายสตาร์ท ทำให้ไฟSTARTครบวงจร CAPACITORเกิดการเก็บประจุและคลายประจุ


#################################


เมื่อกดสวิทช์เบอร์ 1 

       พัดลมจะหมุนเบาสุด เพราะมีการจำกัดกระแสด้วยขดลวด 2 ขด คือ ขด START ขดที่ 2 , กับขด START ขดที่ 3 เมื่อกดสวิทช์เบอร์ 2 พัดลมจะหมุนปานกลาง เพราะมีการจำกัดกระแสด้วยขด START ขดที่ 3 เพียงขดเดียวเท่านั้น เมื่อกดสวิทช์เบอร์3 พัดลมจะหมุนแรงสุด เพราะไม่มีการจำกัดกระแส เป็นการเข้าแบบตรงๆ







http://electronicsthailand.blogspot.com/2013/04/blog-post.ht....

     ในตัวมอเตอร์จะประกอบไปด้วยขดลวดทองแดงทั้งหมด 4 ขด เราต้องตรวจสอบว่าขดลวดชุดใดขาดทำให้ไฟฟ้าไม่ครบวงจรโดยเริ่มจากการใช้โอห์มมิเตอร์วัดตามจุดต่างๆ โดยวัดโอห์มคร่อม Capacitor จุดนี้จากวงจรจะเห็นได้ว่าเป็นการวัดขดลวดทั้ง 4 ขดพร้อมกัน ถ้าวัดขึ้น จะได้ค่าประมาณ 1200 โอห์ม โดยประมาณนะครับ ถ้าวัดได้ก็แสดงว่าขดลวดไม่ขาด ไม่ช๊อต แต่ถ้าวัดไม่ขึ้นแสดงว่าต้องมีขดลวดชุดใดขาด

หลักการซ่อม ** ปิดเครื่อง ถอดปลั๊กก่อนนะครับ 

     ใช้โอมห์มิเตอร์ วัดที่ปลั๊กของพัดลม (วัดคร่อม ไลท์ นิวตรอน ) ให้กดสวิทซ์ เบอร์ 1  แล้ววัดค่าค่าความต้านทานจะต้องได้มากที่สุด กดสวิทซ์ เบอร์ 2 แล้ววัดค่าค่าความต้านทาน ค่าที่ว้ดได้จะต้องน้อยกว่าตอนกดสวิทซ์ เบอร์ 1  กดสวิทซ์เบอร์ 3 แล้ววัดค่าความต้านทานค่าที่วัดได้จะต้องได้น้อยที่สุด 

ในเบื้องต้นค่าที่วัดได้จะต้องได้ประมาณนี้ ถ้าวัดแล้วไม่ขึ้น ให้เช็คอุปกรณ์ ดังนี้ 

1.1 สวิทซ์กดเลือกความเร็วพัดลมว่าปกติหรือไม่

1.2 สายไฟฟ้าว่าขาดหรือไม่

1.3 ฟิวส์ หรือ เทอร์โมฟิวส์ว่าขาดหรือไม่ ( ต้องแกะมอเตอร์ออกมาดู )

1.4 ขดลวด MAIN COIL ขาด ขดลวด L3 หรือ ขดลวด L2 ขาด 


      ถ้าใช้มิเตอร์โอมห์มิเตอร์ วัดที่ปลั๊กของพัดลมแล้วได้ค่าตามข้อที่ 1 แต่มอเตอร์ไม่หมุน ให้ทดลองหมุนดูว่ามอเตอร์ฝืดหรือไม่ ถ้ามอเตอร์ฝืดให้ ทำความสะอาด เช็คแกนมอเตอร์ บู๊ช หรือลูกปืนต่างๆ 

       ถ้ามอเตอร์ไม่ฝืด ให้ใช้มือหมุนใบพัดของพัดลม ถ้าหมุนแล้วพัดลมใช้ได้ ให้เปลี่ยน แคปสตาร์ท หรือเช็คสายไฟฟ้าในส่วนที่ต่ออยู่กับ แคปสตาร์ทว่าปกติหรือไม่


ถ้าใช้มือหมุนดูแล้วมอเตอร์ไม่หมุน ให้เช็คดังต่อไปนี้

     เช็คขดลวด สตาร์ท โดยทำการถอด แคปสตาร์ทออก แล้ววัดโอมห์คร่อมขดลวดเส้นนั้น ค่าความต้านทานที่ได้จะต้องเป็นค่าความต้านทาน ของขดลวด L1 L2 L3 และ MAIN COIL ค่าความต้านทานจะต้องได้มากที่สุดประมาณ 900 - 1000 โอมห์ ถ้าวัดแล้วไม่ขึ้น แสดงว่าขดลวดชุดสตาร์ทขาด หรือสายที่ต่อกับขดลวดขาด ซึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ ขดลวด L1 ขาด 

      วิธีการตรวจเช็คขดลวด L1 ให้ใช้มิเตอร์ เส้นหนึ่งจับที่ฝั่งขาออกของ แคปสตาร์ท อีกเส้นหนึ่งจับที่ สวิทซ์ S1 ถ้าขดลวดปกติจะต้องมีค่าความต้านทานขึ้น ถ้าขดลวดขาดจะไม่มีค่าความต้านทาน 


วิธีการตรวจเช็ค ขดลวด MAIN COIL   

     ให้ใช้โอมห์มิเตอร์ สายเส้นหนึ่งจับที่ แคปสตาร์ทฝั่งที่ติดกับฟิวส์ อีกเส้นจับที่ สวิทซ์ เบอร์ 3  ค่าความต้านทานต้องขึ้น ถ้าไม่ขึ้นแสดงว่าขดลวด MAIN COIL ขาด

อย่าลืมตรวจเช็คสายไฟที่ต่อกับเส้นลวดมอเตอร์ดูด้วยว่าไหม้หรือขาดหรือไม่





http://www.credit-thai.com/2018/05/blog-post.html?m=1

       หลายบ้านที่ใช้พัดลมฮาตาริคงได้เคยพบเจอปัญหาไม่ยอมหมุน บางบ้านเสียยกไปให้ช่างซ่อม ช่างแนะนำให้ซื้อใหม่สบายใจกว่า ผู้เขียนก็เช่นเดียวกัน พัดลมฮาตาริเหนื่อยไม่ยอมหมุน ซึ่งค่อนข้างจะพบได้บ่อย ๆ มาก ข้อดีของฮาตาริคือรูปลักษณ์สวยงาม หาซื้อง่าย ราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่น ๆ แต่ก็นั่นแหล่ะพอใช้ไปได้ไม่นานก็เริ่มงอแงก่อนยี่ห้ออื่น ๆ ผู้เขียนเคยซ่อมพัดลมมาบ้างแต่ไม่เคยทำกันแบบจริงจัง มาวันนี้พอมีเวลาก็เลยลองดูกันสักตั้งว่ามันจะยากเย็นขนาดไหน หากใครจบช่างไฟฟ้ากำลัง จะรู้ทันทีว่างานนี้มันกล้วย ๆ เพราะเป็นวิชาพันมอเตอร์ไฟฟ้าตัวแรกของการเรียนก็ว่าได้




จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น