Modernine TV
ชื่อผู้แจ้ง : ชื้อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว แจ้งวันที่ : 30 พฤษภาคม 2561 เวลา 20:49:34      ถูกเปิดอ่านแล้ว 98 ครั้ง  98 / 0 ครั้ง   ลดขนาดตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร 
ประเภท : [ บทความ ]      คอมพิวเตอร์      ระบบวินโดว์      ปรับแต่งวินโดว์
ชื่อเรื่อง : วิธีการเข้า Safe Mode Windows 7 ใช้เปิดวินโดว์ชั่วคราว

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

บางครั้ง Windows 7 ของเราเปิดไม่ขึ้น อาจมีข้อมูล หรือมีงานสำคัญของเรา ยังเก็บไว้อยู่ในไดร์ฟ C แล้วจะทำอย่างไร เมื่อเปิดวินโดว์ออกมาไม่ได้ สำหรับใน Windows จะมีหน้าจอหลังบ้านอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Safe Mode ใช้เปิดเครื่องได้ชั่วคราว ซึ่งนักไอทีจะรู้กันว่า ใช้เข้าไปจัดการคอมพิวเตอร์ที่เปิด Windows ไม่ขึ้น หรือใช้แผ่น Bootable มาช่วยในการบูตเปิดเครื่อง PC ซึ่งวันนี้เราจะมาสอนวิธีการเข้า Safe Mode สำหรับ Windows 7




วิธีที่ 1 การเข้า Safe Mode ด้วยการกด F8

1.1 ทำการเปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นทำการกดปุ่ม F8 ย้ำๆ ก่อนเข้าหน้า Windows Logo ของ Windows 7 

1.2 จากนั้นเราก็จะพบกับ Advanced Boot Options
   > ให้ทำการเลือก Safe Mode และทำการกด Enter





1.3. จากนั้นรอสักครู่ ระบบจะทำการโหลดไฟล์ต่างๆ




1.4 ผลที่ได้




จะมีตัวอักษร Safe Mode อยู่ที่มุมจอทั้ง 4 มุม ตามรูปภาพ


Safe mode คือการเข้าวินโดว์โดยปิดความสามารถบางอย่างของวินโดว์ไว้ เป็นการเข้าหลังบ้านของวินโดว์

       Safe mode เป็นการเข้าวินโดว์แบบใช้เครื่องมือน้อยที่สุด อินเตอร์เน็ตก็ต่อไม่ได้ แลนก็ต่อไม่ได้ แถมไดรเวอร์อีกหลายตัวก็ถูกปิดลง รวมทั้งไดรเวอร์การ์ดจอด้วย เลยทำให้การแสดงผลเป็นการแสดงผลระดับหยาบนั่นเอง จะเห็นไอค่อนเป็นรูปใหญ่ๆหยาบๆ และแน่นอนว่าโปรแกรมต่างๆที่ไม่จำเป็นต่อการเข้าสู่วินโดว์ก็จะไม่ถูกเปิดขึ้นมา รวมทั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสด้วย


เข้า Safe Mode สามารถใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสแกนกำจัดไวรัสได้ง่ายๆ ไวรัสตัวใดที่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสแก้ไม่ได้ในวินโดว์ปกติ ก็จะกำจัดได้ใน Safe Mode นี่ล่ะ

     มาถึงจุดนี้อาจมีคำถามว่า "แล้วจะลำบากลำบนเข้ามาถึง Safe Mode นี่ทำไม??" คำตอบง่ายๆ เมื่อโปรแกรมเกือบทุกอย่างถูกปิดลง ตัวไวรัสก็มีโอกาสโดนปิดการทำงานลงเช่นกันนั่นคือส่วนใหญ่แล้วมันจะไม่ระบาด ต่อครับ และอีกอย่างคือเมื่อโปรแกรมต่างๆปิดอยู่ ตัวโปรแกรมแอนตี้ไวรัสก็สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เหมือนเราพยายามกำจัดไวรัสบนไฟล์ที่เปิดใช้งานอยู่ โปรแกรมจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่หากไฟล์ต่างๆถูกปิดการทำงานใน Safe Mode โปรแกรมแอนตี้ไขรัสก็จะสามารถกำจัดและแก้ไขไฟล์นั้นได้นั่นเอง

     การกำจัดไวรัสใน Safe Mode ทำได้โดยไปเปิดโปรแกรมแอนตี้ไวรัสของเราขึ้นมา แล้วจัดการสแกนค้นหาไวรัสแบบ Full Scan เลย อย่าไปปราณีมัน แล้วก็รอจนกำจัดไวรัสเสร็จสิ้น






วินโดว์ไม่สามารถบูตระบบได้ อาจเกิดจากไดร์เวอร์มีที่ปัญหา ไดร์เวอร์ขัดข้อง ไฟล์ไดร์เวอร์หายไป แต่ Safe Mode สามารถบูตเข้าไปช่วยให้เราแก้ปัญหาได้

      Safe mode คือการเข้าวินโดว์โดยปิดความสามารถบางอย่างของวินโดว์ไว้ เช่น ปิดไดร์เวอร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนต่างๆ เช่น การ์ดจอ, การ์ดแลน, ไวเลส เป็นต้น ในกรณีที่เราคิดว่าเป็นปัญหาที่การ์ดจอ เนื่องจากพอเปิดเครื่องเห็นสัญลักษณ์โลโก้วินโดว์ แล้วกำลังจะเปลี่ยนหน้าเป็นหน้าจอใช้งาน ก็เกิดหน้าจอบลูสกรีน Blue Screen แล้วเครื่องจะรีสตาร์ทตัวเองทันที เปิดเข้าไปอีกก็รีสตาร์ทวนซ้ำเรื่อยๆ เราจะแก้ปัญหาได้โดยเข้าไปทำการถอดไดร์ฟเวอร์ Uninstall  Driver การ์ดจอออก ใน Safe Mode ได้

โดยทำดังนี้

- คลิกขวาที่ไอคอน My Computer
- คลิกเลือก Manage
- แล้วเลือก Device manager
- มองหาหัวข้อ Display Adapters "การแสดงผลการ์ดจอ"
- คลิ๊กขวาที่ไดร์ฟเวอร์การ์ดจอ แล้วเลือก Uninstall Driver...
- เมื่อทำการลบไดร์ฟเวอร์การ์ดจอ ออกไปแล้ว 
- ก็รีสตาร์ทเครื่องเข้าวินโดว์ตามปกติ
เมื่อรีสตาร์ทเข้าวินโดว์ปกติ ก็ติดตั้งไดร์เวอร์การ์ดจอใหม่





วิธีที่ 2 การเข้า Safe Mode ด้วยการตั้งค่า msconfig

2.1. กดปุ่ม Windows+R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run ขึ้นมา

2.2. พิมพ์ msconfig ในช่อง Open: แล้วกด OK





2.3 ที่หน้าต่าง System Configuration (ส่วนกำหนดค่าระบบ)
       - คลิกที่แถบตัวเลือก Boot
       - เลือกที่ Boot option
       - คลิกที่ Safe boot > Minimal
       - และคลิกปุ่ม OK





2.4. จะมีหน้าต่างเตือนให้ Restart ขึ้นมา ก็ให้คลิกที่ Restart จะรีสตาร์ทเข้า Safe Mode ได้ทันที




หลังจากแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้น ต้องการออกจาก Safe Mode
   - โดยใช้ msconfig เปิดเครื่องมือ System Configuration อีกครั้ง 
   - ที่แท็บ General (ทั่วไป) ของหน้าต่าง System Configuration
   - คลิกเลือก Normal startup (เริ่มการทำงานปกติ) 
   - จากนั้นคลิก OK เครื่องจะรีสตาร์ทเข้าสู่โหมดปกติ




จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น