ชื่อผู้แจ้ง : ชื่อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว แจ้งวันที่ : 17 ตุลาคม 2555 เวลา 09:14:38      ถูกเปิดอ่านแล้ว 162174 ครั้ง  162174 / 0 ครั้ง   ลดขนาดตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร 
ประเภท : [ บทความ ]      งานประดิษฐ์ DIY      งานประดิษฐ์ DIY      งานประดิษฐ์ DIY
ชื่อเรื่อง :

แบตเตอรี่แห้ง 12V. และเครื่องชาร์ทแบตเตอรี่แห้ง



ความรู้เรื่องแบตเตอรี่แห้งและเครื่องชาร์ทแบตเตอรี่ 12V.
ทำไว้ใช้มาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่ได้สรุปขึ้นเว็บซักที...
เคยได้ความรู้เรื่องแบตเตอรี่น้ำและแบตเตอรี่แห้งมา ไม่ว่างมาเขียน เกือบจะลืมไปแล้ว..
โพสต์รูปไว้ก่อน ยังไม่มีเวลาว่างมาเขียน
 
จะมาโพสต์ขึ้นไว้ทำไมเนี่ย ??? ไร้สาระ....
 
     แบตเตอรี่แห้ง ก็ใช้งานในเครื่องสำรองไฟ UPS เครื่องส่งโทรทัศน์ เครื่องส่งวิทยุ UPS คอมพิวเตอร์ ไฟฟ้าสำรอง  ฯลฯ การใช้งาน การดูแลรักษา การชาร์ท ระดับแรงดันไฟฟ้า และการนำไปใช้งาน เป็นสิ่งใกล้ตัวและเป็นความรู้ที่น่าสนใจ..





ขนาดต่างๆกัน ( ถ่ายรูปมาให้ชม ประดับสมอง... ) เลือกซื้อหาตามความพอใจ และตามกำลังทรัพย์ และกำลังตัวเองที่จะแบกไหว..
ไม่ขอบอกราคา เพราะไม่รับฝากซื้อ.. เพราะไม่ว่างงงงง ไปเลือกซื้อตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป





เครื่องชาร์ทแบตเตอรี่ 12V. ไม่เกิน 5AH  มีไฟเตือนเมื่อแบตเต็ม และถ้าลืมปล่อยชาร์ทไฟทิ้งไว้เรื่อยๆ ก็ไม่ทำให้แบตร้อน
 
ซื้อหาที่นี่ (ไม่รับประกัน)
       ไม่รับประกัน แต่ผมซื้อมาแล้ว 3 ตัว.. อิอิ ( ผิดพลาดประการใด ห้ามโทรมาด่าผม ผมแค่ชี้นำ ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำครั้งนี้...ผมบ้า อยากมาเชื่อผมทำไม?? ) ใช้งานมา 3 เดือนแล้วยังไม่พัง เคยใช้มันไปซื้อก๋วยเตี๋ยว มันบอกว่าเกินหน้าที่ มันไม่ไป...หน้าที่ตามราคา 220 บาท คือชาร์ตไฟอย่างเดียวและเตือนเมื่อไฟเต็ม ถ้าเพิ่มอีก 100 บาท มันคงจะตัดไฟให้..มั้ง
 
      ราคาต่อหน่วย 220 บาท และค่าส่ง EMS จำนวนเงิน 60 บาท รวมเป็นเงิน 280 บาท อยากประหยัดค่าส่ง ก็ซื้อทีเดียวหลายๆตัว ถ้ากล้าเสี่ยง แนะนำมา..ราคาไม่ถึงพัน ซื้อเหล้ากินมากกว่านี้ อิอิ โดนโกงก็ไม่เสียดาย..  ไม่ได้มาแนะนำให้ซื้อ ผมซื้อมาใช้เอง..แต่ผู้อ่าน ชมอย่างเดียว ห้ามซื้อตามผม เดี๋ยวล้ำหน้ากัน ( เพราะคนสมัยนี้ไม่ชอบให้คนอื่นเกินหน้าเกินตากัน ) เปิดดูรายละเอียดจากหน้าเว็บไซต์ แล้วโทรไปสอบถาม จ่ายตังค์โอนเข้าธนาคาร SMS บอกที่อยู่ไป แล้วรอ...ให้เขาโกง อิอิ..
 
      ปลายขั้วต่อที่ชาร์ทไฟ DC 12V เป็น RCA (ขั้วสีดำ) เพราะเอาไว้ชาร์ทเครื่องพ่นยา แต่เราซื้อมาดัดแปลงมาใช้ชาร์ทแบตเตอรี่แห้งภาคสนาม ซึ่งแบตเตอรี่ในเครื่องพ่นยาฉีดแมลง หรือไฟส่องกบ ก็เป็นแบตเตอรี่ประเภทเดียวกับที่ขายตามร้านอิเล็กทรอนิกส์ ต่างกันคือ...เราเลือกซื้อแบตเตอรี่ประเภทธรรมะ ไม่ได้เอาไว้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เลือกแบตเตอรี่ให้ดี อย่าเลือกเอาแบตเตอรี่อธรรมมาใช้งาน มันบาป...!!
 
      เราดัดแปลงขั้วต่อมาเป็นแจ๊ค RCA ตัวเมีย เอาไว้เสียบต่อกันได้ทันที (สายไฟสีแดง) ไม่ต้องตัดสายเดิม และปลายอีกด้านก็แปลงเป็นปากคีบขั้วแบตเตอรี่ 2 ขั้ว แดง-ดำ ( บวก-ลบ ) สำหรับครีบชาร์ทไฟแบบง่ายๆ สำหรับแบตเตอรี่ทั่วๆไป





ดูสรรพคุณให้ชัดๆ (ในเว็บอื่นไม่มีภาพให้เห็นอย่างนี้ เพราะไม่ได้บ้าอย่างผม..) ไม่ได้ขาย แต่ทำบทความเป็นวิทยาทาน
 
เน้น...ราคาถูก มีไฟเตือน (แต่ไม่ตัดไฟ) ใช้ง่าย พกพาสะดวก น้ำหนักเบา หายก็ไม่เสียดาย..มั้ง
ค่อยๆชาร์ทไฟแบตแบบเต็มๆ ไม่ทำให้แบตร้อน ไม่ทำให้แบตเสื่อม ยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้ได้นาน
ข้อดี, การใช้งาน, รับประทานกระแสเท่าไร?? เดี๋ยวมาเหลาเอ๊ย..เล่าให้อ่าน...อิอิ





แอ่น แอน แอ๊น...
 
แบตเตอรี่เอาไว้พ่วงไฟ DC 12V. ตอนใช้กับกล้อง, ไฟสนาม และไมค์ลอยไร้สาย ไมค์เหน็บ 2 Mic คลื่น UHF รับได้ในระยะ 100 เมตร ราคาถูกกกก แค่หลักพัน อุบ๊ะ..  แบตเตอรี่จ่ายไฟได้ทั้งวัน อุปกรณ์ใหญ่กว่านิดหน่อย โอ้แม่จ้าวววว.. ซื้อที่อื่น 2-3 หมื่น... อุปกรณ์เหล่านี้ จะเขียนบทความมาเล่ากันอีก ยาวววว ...เฮ้อ คิดแล้วเหนื่อย...อยากได้ความรู้ หรือเอามันส์ ถ้าเอามันส์ ก็โพสต์ง่ายๆ อย่างนี้แหละ.. ไม่มีแก่นสาร แต่ประดับความรู้
( ชีวิตมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้เหตุผล ใช้ความเชื่อล้วนๆ จึงไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล..55 )





ตัวอย่างการใช้แบตเตอรี่จ่ายไฟ DC 12V. ให้เครื่องรับ UHF ไมค์ไร้สาย ตอนทำรายการบันทึกเสียง
ตัวเครื่องรับสัญญาณ ใช้แบตเตอรี่ก้อนเดียว ( 12Vdc. 2.5AH ) ใช้งานได้ทั้งวัน
ตัวส่งฯใช้ไมค์หนีบเสื้อ 2 ตัว พิธีกรกับผู้ร่วมรายการ  แบบไร้สาย เดินสัมภาษณ์
ตัวเครื่องส่ง 2 ตัว ใช้ถ่าน AA จำนวน 2 ก้อน
ถ่ายทำรายการหรือบันทึกเสียง นอกสถานที่ ไม่ต้องใช้ไฟจากปลั๊กไฟบ้าน
ผ่านงานมาเยอะแล้ว มีคนฝากทำก็แยะ  ไม่มีเวลาว่างเลยยังไม่ได้ทำเป็นบทความ...





วิธีตรวจสอบแบตเตอรี่แบบง่ายๆ
 
ข้อดีของเครื่องชาร์ทรุ่นนี้ คือ เมื่อชาร์ตแบตเตอรี่ที่ยังสมบูรณ์ เมื่อต่อเครื่องชาร์ทครั้งแรกจะมีไฟ LED ติดทั้งสีเขียวและสีแดง
 
LED สีแดง คือ แสดงสถานะเครื่องชาร์ททำงาน
LED สีเขียว มี 2 สถานะ คือ
           - ติด แสดงสถานะกำลังชาร์ท
           - ดับ แสดงสถานะไฟเต็ม
 
มีคนถามมาว่า
     ทำไมโพสต์รูปขนาดใหญ่จัง??
 
ตอบ
     เวลาที่ไปบรรยายเรื่องระบบไฟฟ้า ฯลฯ ก็จะเปิดภาพในเว็บประกอบการบรรยาย จะได้เห็นรูปใหญ่ๆ ตอนบรรยายบางทีก็ลืมพกไฟล์รูปภาพไปด้วย และขี้เกียจไปค้นรูปมาจากในเครื่อง PC เพราะเก็บไฟล์สะเปะสะปะไม่รู้อยู่ตรงไหน เพื่อความสะดวกคือเปิดเว็บแล้วเลือกหัวข้อมาแสดงออกโปรเจ็คเตอร์ได้เลยทันที ( ตอนบรรยายใช้เครื่อง Notebook ต่อ เน็ตผ่าน Air card )
 
 
มีคนถามมาว่า
     ทำไมมีรูปภาพเยอะจัง??
 
ตอบ
     คนที่เปิดอ่าน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบอ่านตัวอักษรเยอะๆ ก็ให้เขาดูรูปประกอบ หมื่นตัวอักษรมิเท่ามองเห็นภาพเพียงรูปเดียว ภาพหนึ่งภาพสามารถบรรยายลักษณะความเป็นมา อธิบายรายละเอียดได้ดีกว่าอ่านตัวอักษร อั๊ยยะ...ลึกซึ้ง   ที่จริง ข้าน้อย..ขี้เกียจพิมพ์ เลยถ่ายรูปมาให้ดู มันง่ายกว่าก็เท่านั้น อิอิ.. ( การกำกับภาพ มุมมองการจับภาพ มันก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง.. ทำอย่างไร?? ให้มันสื่อความหมายออกมาให้คนอื่นเข้าใจ.. เดี๋ยวจะเปิดบทความด้านศิลปะ ถ่ายภาพ ท่องเที่ยว ฯลฯ อีกแน่ๆๆ )
 
     ข้อเสีย ของข้าพเจ้าคือพิมพ์ข้อความไปเรื่อยๆ นานๆ มักจะใส่อารมณ์ลงไปด้วย ยิ่งพิมพ์ ก็ยิ่งพล่าม ยิ่งมั่ว..รู้ตัวเหมียนกัลลล พิมพ์ไปพิมพ์มา..ชักไปกันไหญ่ พอมาดูดีๆ ตูหลับหูหลับตาพิมพ์ไปได้ยังไงฟะ...ตั้งเยอะแยะ สงสารคนอ่าน ได้สาระบ้าง ไม่ได้สาระบ้าง (แต่ตอนนี้มีผู้เข้าชมวันละ 600 คนแล้ว) ยังมีกำลังใจทำบทความไปอีก แต่เริ่มขี้เกียจจะพิมพ์แล้วล่ะ... จึงเปลี่ยนแนวถ่ายรูปมาให้ชมดีกว่า....





ถ้าเป็นแบตเตอรี่ที่เสื่อมหรือใช้งานไม่ได้แล้ว ไฟ LED สีเขียว จะดับตั้งแต่ครั้งแรกที่ต่อขั้วชาร์ท ซึ่งอุปมาได้ว่าแบตเตอรี่ก้อนนั้นมีปัญหา เพราะโดยทั่วไป เมื่อต่อขั้วชาร์ทครั้งแรก(ทุกครั้ง)เข้ากับแบตเตอรี่ ไฟ LED สีเขียว ต้องติดสว่างขึ้นทันทีก่อน แล้วจึงค่อยๆหรี่จนดับ หากแบตเตอรี่ยังสมบูรณ์และเต็ม
 
แต่ในรูป เป็นแบตที่เสื่อม(ไม่เก็บไฟ) ซึ่งผมผ่านเครื่องทดสอบมาแล้วว่าเสื่อม จึงทำให้ LED สีเขียวไม่ติด ซึ่งเป็นการตรวจสอบแบตเตอรี่ที่เสื่อมได้ด้วยวิธีง่ายๆ
 
ลักษณะการเสื่อมของแบตเตอรี่
 
1. ชาร์ทไม่เข้า ( ดังตัวอย่างตามรูป )
       พอต่อเครื่องชาร์ท จะแสดงสภาวะว่าแบตเตอรี่เต็ม ระดับไฟเต็มถึง 15V. ทันที แต่พอถอดออกก็นำไปใช้งานไม่ได้ ระดับแรงดันลดลงอย่างรวดเร็ว จ่ายกระแสไม่ได้
 
2. ชาร์ทไม่เต็ม
       มีกระแสเข้า แต่ชาร์ทไปนานเท่าไหร่ ก็ไม่เต็ม ( ระดับไฟไม่ถึง 15V. ) พอหยุดชาร์ท ไฟแบตเตอรี่จะค่อยๆลดลงเหลือ 5 - 8 V. ทั้งๆที่ไม่ได้นำไปใช้งานอะไร ซึ่งเป็นไปได้ว่าภายในเซลแบตฯ มีการชอร์ต
 
3. ไม่เก็บแรงดันไฟ
       มีกระแสเข้า ชาร์ทได้ปกติ และระดับไฟเต็มดี ( ระดับไฟถึง 15V. ) ปล่อยไว้ระดับแรงดันแบตฯก็ปกติ 12-13 V. แต่เมื่อนำไปใช้งานได้ไม่นานก็จะหมด โดยปกติใช้ได้นาน 10 ชั่วโมง อาจเหลือแค่ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปได้ว่าเซลภายในแบตเตอรี่เสื่อมเนื่องจากเก็บไฟได้ไม่เต็มที่ หรือเจลกรดภายในแบตเตอรี่แห้ง อันเนื่องมาจากการชาร์จประจุด้วยกระแสสูงมากเกินกำหนด แบตเตอรี่ได้รับอุณหภูมิสูงกว่ากำหนด ใช้แรงดันไฟฟ้าในการชาร์ทสูงกว่ากำหนด ( 15 .5โวลท์ ) เป็นต้น





แรงดันไฟฟ้าในการชาร์ท
 
     ระดับแรงดันในการชาร์ทแบตเตอรี่ 12V. ซึ่งการชาร์ทแบตเตอรี่ต้องการแรงดันในการชาร์ทมากกว่า 13V. คือประมาณ 13.8-15.0V. ไม่ควรเกิน 15V. ถ้าไฟเกินกว่า 15V. จะมีผลต่อเซลภายในแบต ทำให้แบตเตอรี่ร้อนและเสื่อม และถ้าแรงดันไฟต่ำกว่า 13.8V. ก็จะชาร์ทไม่เข้า ทำให้แบตเกิดสภาวะแรงดันหยุดนิ่งและประจุไฟไม่เข้าเกิดจากแรงดันชาร์ทต่ำ แรงดันไฟชาร์ทจะต้องเป็นระดับไฟตรงที่ต้องมีการกระเพื่อม ( Ripple ) เล็กน้อย ซึ่งไม่ต้องผ่านคาปาซิสเตอร์ เพื่อกระตุ้นจังหวะการชาร์ทประจุและคายประจุ เป็นกระแสสลับขึ้นๆลงๆ ไฟสวิงไปเรื่อยๆ หากเป็นไฟตรงเรียบจะชาร์ทไม่เข้าอีกนั่นแหละ
 
      ในการชาร์ทช่วงแรก(แบตเตอรี่ที่ยังไม่เต็ม) หลอด LED สีเขียวจะติด ระดับแรงดันไฟจะเริ่มจาก 10-12V ( เท่ากับแรงดันไฟฟ้าที่แบตเตอรี่มีเหลืออยู่ ) แล้วระดับแรงดันไฟจึงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตรงนี้เองเป็นความรู้ว่า เครื่องชาร์ทจ่ายไฟ 14V. แต่เมื่อต่อเข้ากับแบต ทำไมเหลือ 12V. เพราะเป็นคุณสมบัติของแบตเตอรี่และศักย์ไฟฟ้า จะไหลจากที่มีแรงดันศักย์สูงกว่าไปยังแรงดันศักย์ต่ำกว่า จึงเกิดสภาวะการชาร์ทประจุ ( Charging ) จึงวัดแรงดันไฟฟ้าได้เพียง 12V. ตามรูปภาพ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงใช้ไฟที่ต่ำกว่า 12V. มาชาร์ทแบตเตอรี่ไม่ได้ ระดับแรงดันไฟชาร์ท 13.8-15.0V. เป็นค่ามาตรฐานที่แบตเตอรี่กำหนดมา เพราะช่วงแรงดันไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในช่วงนี้นั่นเอง ( ขี้เกียจวาดรูปไดอะแกรมมาให้ดู )





เมื่อไฟแบตเตอรี่เต็ม ระดับแรงดันจะเพิ่มขึ้นถึง 15V. แล้วไฟ LED สีเขียวจะดับ แสดงว่าไฟแบตเตอรี่เต็ม แต่วงจรชาร์ทจะไม่ตัดไฟ จะยังคงชาร์ทกระแสไฟไปเรื่อยๆ จนแรงดันอาจเกิน 15.5V. เราจำเป็นต้องถอดออกเอง




กระแสไฟฟ้าในการชาร์ท
 
    กระแสชาร์ท อ่านจากป้ายบนเครื่องชาร์ท จะมีค่าสูงสุด 500mA แต่จากการทดสอบและวัดด้วยเครื่องมือ จะอยู่ที่ประมาณ 260 มิลลิแอมป์(เมื่อแบตเต็ม) ซึ่งมีค่าต่ำมาก สามารถชาร์ทต่อไปได้โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่ร้อน การชาร์ทด้วยกระแสต่ำๆ จะช่วยทำให้แบตเตอรี่ชาร์ทอย่างสมบูรณ์ ประจุแรงดันเข้าแบตได้อย่างเต็มที่ ช้าแต่ชัวร์ ไม่ทำให้แบตเตอรี่ร้อน
 
    กระแสชาร์ทขึ้นอยู่กับขนาด AH ของแบตเตอรี่ ยิ่งสูงก็ใช้กระแสชาร์ทสูง ตอนเริ่มชาร์ท กินกระแส 300-400mA พอไฟใกล้เต็มจึงจะลดลง เครื่องชาร์ทรุ่นนี้ใช้กับแบตเตอรี่ไม่เกิน 5AH แต่ผมทดลองชาร์ทไฟ แบตเตอรี่ 7.5AH กินกระแส 400-450mA ไม่เกินกำหนดของเครื่องชาร์ท(500mA) ก็ยังสามารถชาร์ทประจุได้ครับ ปล่อยทิ้งไว้ก็ไม่ร้อน หายห่วง ช่วยรักษาแบตเตอรี่ แม้ไม่มีวงจรตัดไฟ เพราะชาร์ทด้วยกระแสต่ำ ใช้เวลาชาร์ทช้าแต่แน่นอน





     เมื่อเทียบกับเครื่องชาร์ทแบต 12V. ไฟส่องกบ ทั่วไปตามท้องตลาดใช้กระแสสูง จากรูปชาร์ทประจุด้วยกระแสสูงถึง 1.39 A ทำให้ชาร์ทประจุได้เร็วกว่าก็จริง แต่หากชาร์ททิ้งไว้นานๆ จะทำให้แบตเตอรี่ร้อน เหมาะสำหรับแบตเตอรี่น้ำกรด ( นั่งดูน้ำกรดเดือดปุดๆ สะใจดี ) บางครั้งระดับแรงดันเกินกว่า 15.5V. ( เกินกว่าไฟเครื่องชาร์ท..อาจทำให้เครื่องพังได้ ) แต่สำหรับแบตเตอรี่แห้งเมื่อเต็มแล้ว(15V.)ต้องรีบถอดออก ซึ่งไม่มีไฟเตือนหรือไม่มีอุปกรณ์วัดระดับไฟแบตเตอรี่ จะรู้ได้อย่างไรว่าเต็ม หากปล่อยชาร์ททิ้งไว้นานๆ จะทำให้แบตเตอรี่ร้อนจัด อุณหภูมิเกินกว่า 30-70 องศา ทำให้เจลละลายออกมาจากเซลภายในแบตเตอรี่ ทำให้แบตเสื่อม เก็บประจุได้ไม่นาน ไม่ถึงปีจะเริ่มรู้สึกว่าแบตเตอรี่ใช้งานไปไม่นานไฟก็หมด ( จากปกติ 10 ชั่วโมง เหลือเพียง 3 ชั่วโมง ก็หมด ) หรือวัดดูมีแรงดัน 12 V. แต่พอจ่ายกระแสไฟ แล้วไฟตกลงทันที หรือจะค่อยๆลดลงเหลือ 8-10 V.
 
     คงไม่มีใคร มาคอยใช้มิเตอร์วัดระดับแรงดันไฟขณะชาร์ทแบต เพื่อวิเคราะห์ว่าแบตเตอรี่นั้นไฟเต็มหรือยัง ( 15V. เป๊ะ...ถอดออกทันที ) เครื่องชาร์ทแบบนี้พกพาไปไหนก็คงไม่สะดวกด้วย
 
     เมื่อทราบอย่างนี้ ก็จะรู้ใจแบตเตอรี่ เข้าใจการป้องกันและรักษาแบตเตอรี่ ให้มีชีวิตอยู่กับเราไปนานๆ
 
 
อายุการใช้งานแบตเตอรี่
     อายุการใช้งานแบตเตอรี่ อยู่ระหว่าง 3-5 ปี หากใช้งานตามพิกัดกระแสที่บอกไว้บนตัวแบตเตอรี่ ก็สามารถใช้งานได้ 15-20 ชั่วโมง ต่อการชาร์ทหนึ่งครั้ง แบตเตอรี่บางก้อนอาจใช้ได้ยาวนานเกิน 5 ปี  ราคาแบตฯ ไม่ใช่ถูกๆ อยากใช้ได้นานๆก็ต้อง ชาร์ทกระแสและแรงดันไฟฟ้าตามพิกัด แล้วนำไปต่อใช้งานกับอุปกรณ์เครื่องใช้ตามพิกัดของแบตเตอรี่





เทียบขนาดที่ชาร์ทแบตฯส่องกบ กับเครื่องชาร์ทแบตเตอรี่แห้ง 5AH
 
     อย่าดูถูก เครื่องชาร์ทไฟส่องกบ ส่องปลา เพราะเหมาะสำหรับชาร์ทแบตเตอรี่น้ำกรด ชาร์ทกระแสสูงและเร็ว ราคาต่ำ เคยใช้ชาร์ทแบตเตอรี่รถยนต์ ตอนที่แบตฯหมด (ขณะเมา..ลืมเปิดไฟหน้าทิ้งไว้ทั้งคืน) ชาร์ทไม่นานก็สตาร์ทติดทันที ช่วยได้ยามฉุกเฉิน
 
     แต่คงแบกเครื่องชาร์ทรุ่นนี้(สีเขียว) พกไปไหนไม่สะดวกเพราะใหญ่และหนัก ทำรายการดัง นอนโรงแรมหรู แต่เครื่องชาร์ทขี้เหร่ จึงเป็นที่มาของการสืบเสาะค้นหาเครื่องชาร์ทที่ราคาถูกกว่า(สีดำ) มีขนาดเล็กและพกพาได้สะดวกกว่า เวลาหยิบออกมาเสียบไฟชาร์ทก็ดูเท่ห์ เป็นสง่า พาให้สาวน้อยสาวใหญ่หลงใหล...อาจได้เบอร์โทรฯติดไม้ติดมือมาฝึกคารมได้...ด้วยประการฉะนี้....





อ่านข้างแบตเตอรี่ แล้วรู้อะไร?? แรงดันไฟฟ้า กระแส ระยะเวลาในการใช้งาน?

แบบเตอรี่ที่รัก...

ไม่ขออธิบายต่อ.. เพราะเริ่มขี้เกียจอีกแล้ว
ขยัน และขี้เกียจ สลับกันเหมือน Ripple ของเครื่องชาร์ท ??




จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น