ชื่อผู้แจ้ง : ชื้อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว แจ้งวันที่ : 21 สิงหาคม 2554 เวลา 08:45:18      ถูกเปิดอ่านแล้ว 4547 ครั้ง  4547 / 0 ครั้ง   ลดขนาดตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร 
ประเภท : [ บทความ ]      อิเล็คทรอนิกส์      วงจรอิเล็กฯ      แหล่งจ่ายไฟฟ้า
ชื่อเรื่อง : ทำวงจรจ่ายไฟ 8.4 V จากแบตเตอรี่ 12V ปรับไฟด้วย LM338


เมื่อวานทำวงจรจ่ายไฟ 8.4V 5A เสร็จ เลยทำเป็นบทความ จะมาอธิบายถึง..

1. วงจรแปลงไฟ 12Vdc เป็น 8.4Vdc ด้วย LM338 จ่ายกระแส 5A
2. การใช้โปรแกรม PCB Design ออกแบบลายวงจรง่ายๆ สวยๆ
3. การประยุกต์ใช้วงจรจ่ายไฟสำรอง จากแบตเตอรี่แห้ง 12V หรือ 24V แบบพกพาได้
4. การประยุกต์ใช้วงจร LM338 ปรับค่าแรงดันได้ จ่ายไฟคงที่ เพิ่มกระแส จ่ายไฟให้วงจรอื่นๆ
 
หาซื้ออุปกรณ์มา ผมทดลองทำวันเดียวเสร็จ..น่าจะง่าย
มาใช้โปรแกรมทำวงจรกันเล่นๆ มีลายวงจรเผื่อให้ท่านนำเอาไปใช้งาน...





      มีกล้องถ่ายวิดีโอ CANON รุ่น ivis HG10 มีแบตเตอรี่ติดกล้องมา เป็นแบต Li-ion ขนาด 1200mAh รุ่น BP-2L13 จำนวน 1 ก้อน เปิดบันทึกได้นาน 30 นาที เลยไปซื้อแบตเตอรี่มาเพิ่ม ขนาด 1500mAh ราคาก้อนละ 850 บาท และที่ชาร์ท 280 บาท(ที่กรุงเทพฯ ฟอร์จูน ชั้น 4 ข้างร้าน อมร) ใส่กล้องเปิดบันทึกได้นาน 60 นาที 
 
      อยากตั้งกล้องถ่ายได้นานๆ ต้องใช้สายไฟชาร์ทกล้องที่ติดมากับตัวกล้อง เป็นสายปลั๊กไฟเสียบจากไฟฟ้าบ้าน แปลงไฟฟ้าจาก 220Vac เป็นไฟ 8.4Vdc 1.5A แต่ไม่สะดวกเพราะต้องเสียบสายไฟฟ้า 220Vac แล้วมีสายไฟเกะกะ เคลื่อนย้ายลำบาก หากไปถ่ายวิดีโอนอกสถานที่และต้องเดินทางบันทึกภาพ ไม่มีปลั๊กไฟฟ้า จะทำยังไง ต้องการถ่ายวิดีโอได้นานๆ ต้องซื้อแบตเตอรี่กล้องมาเพิ่มอีก ราคาก็แพงมาก แถมใช้เวลาชาร์ทนาน 2-3 ชั่วโมงต่อก้อน (ต้องรอชาร์ททีละก้อน...ไม่ทันกิน) แล้วแบตเตอรี่กล้องเมื่อเปิดไว้นานๆ จะร้อนจัด อายุการใช้งานก็จะลดลง และแบตเตอรี่เกิดการชำรุด (แบตเสียไปก้อนหนึ่งแล้วเพราะร้อนจัด) อาจทำให้กล้องวิดีโอเสียหายไปด้วย





      จึงต้องหาแบตเตอรี่แบบพกพา ที่จ่ายไฟได้นานๆ มีแรงดันไฟตรง 8.4V ต่อสายเสียบเข้าที่ช่อง DC IN ด้านหลังตัวกล้อง เลยนึกถึงแบตเตอรี่แห้ง 12V แต่ต้องมีวงจรแปลงไฟลงเหลือ 8.4V ส่วนเครื่องชาร์ทแบตเตอรี่ก็มีแล้ว ผมซื้อมาเอาไว้ชาร์ทแบตเตอรี่รถยนต์เก่าๆ ตามรูป..ชาร์ทแบตเตอรี่แห้งได้ แต่ผมดันเอาไปชาร์ทแบตเตอรี่รถยนต์ ก็ชาร์ทไฟได้ดีมากเหมือนกัน ใช้มา 5 ปีแล้ว เปลี่ยนเป็นบริดจ์ไดโอด ขนาด 5 Amp (ของเดิมเป็นไดโอด 2 ตัว แค่ 1Amp ) หากท่านยังไม่มีเครื่องชาร์ท ก็หาซื้อได้ที่ร้านอมร เป็นที่ชาร์ทแบตเตอรี่ 12V ขนาด 2A ราคา 750 บาท(แพงแต่สวย และมีระบบป้องกัน) หรือหาซื้อได้จากร้านค้าการเกษตร ทั่วไป (ก.อะไหล่) เป็นที่ชาร์ทแบตไฟส่องกบ 12V ขนาด 4A ราคา 600 บาท(แบบที่ผมซื้อมา..ขนาดใหญ่นิดหน่อย ไม่สวยแต่ชาร์ทได้เร็ว แรง เอาไว้ชาร์ทแบตรถยนต์ยามฉุกเฉิน) หรือที่ชาร์ทแบตขนาดเล็ก 2A ราคา 350 บาท(ถูกกว่าเห็นๆ..เลือกตามใจชอบ)
 
      มาถึงเรื่องแบตเตอรี่แห้ง 12V ขนาด 7.5Ah ซื้อมาในราคา 345 บาท สามารถจ่ายกระแสไฟ 0.375A ได้นาน 20 ชั่วโมง (วิธีคิดและเรื่องแบตเตอรี่จะเขียนบทความอธิบายในภายหลัง เคยไปซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ ที่ร้านเขาอธิบายละเอียด ไม่ได้เอากล้องไปถ่ายรูปไว้ พอนานๆไปผมอาจจะลืมข้อมูลเพราะไม่ได้มาเขียนไว้ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง..) เอามาแปลงไฟลงเหลือ 8.4V เคยนำไปใช้งานตั้งกล้องบันทึกวิดีโอได้นาน 3-4 ชั่วโมง แบตเตอรี่ยังไม่หมด ยังไม่รู้ว่าจะใช้ได้นานจริงๆกี่ชัวโมง ซึ่งกล้องมีฮาร์ดดิสก์ บันทึกได้นานที่สุด 13 ชั่วโมง (ตั้งค่าการบันทึกที่คุณภาพสูง HXP 15Mbps จะบันทึกได้นาน 5.30 ชั่วโมง แบตเตอรี่ก็น่าจะมีไฟเพียงพอแล้ว) ซึ่งตัวกล้องน่าจะกินกระแสประมาณไม่เกิน 1.2A เพราะใช้แบตเตอรี่ 1200mAh บันทึกได้นาน 30 นาที และสายชาร์ทตัวกล้องใช้กระแส 1.5A นั่นเอง
 
     แบตเตอรี่แห้งผมซื้อไว้ส่วนตัว(ของในหน่วยงานที่ชำรุดและยังใช้งานได้ ถอดกองไว้เยอะเป็นร้อยก้อน ผมไม่สน..เดี๋ยวจะถูกข้อครหา ผมซื้อส่วนตัวมาดัดแปลงใช้เอง คนในหน่วยงานจะทำตามบ้างก็ไม่ว่ากัน จะได้เกิดประโยชน์..เพราะของมีเยอะ) นำแบตเตอรี่มาต่อไฟ 12V ป้อนให้กับเครื่องรับไมค์ไร้สาย ใช้งานนอกสถานที่ที่ไม่มีสายไฟฟ้า และไฟสปอร์ตไลท์ 12V สำหรับเพิ่มแสงสว่างตอนบันทึกภาพวิดีโอ เป็นการต่อไฟแรงดัน 12V โดยตรง ไม่ต้องแปลงแรงดัน แต่ครั้งนี้เป็นการนำแบตเตอรี่มาประยุกต์ใช้งานกับแรงดันไฟฟ้าที่ต่างกัน..สามารถทำให้ใช้งานได้จริงๆ ประหยัดด้วย...ถ้าของมันมีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเปลืองเงินซื้อแบตเตอรี่กล้องราคาแพงๆ





ขออภัย.. ติดธุระ ( มีงานเข้า..) 
- ไปบันทึกวิดีโอ รายการ ๙ ฝาย ถวายพ่อ...MCOT 1 ที่ สุโขทัย
- เตรียมงานไปติดตั้งเครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าสำรอง ที่ สถานีโทรทัศน์ จ.แพร่

อุปกรณ์ทำแค่วันเดียวก็เสร็จ แต่มาเขียนบทความต้องเตรียมข้อมูล เป็นอาทิตย์.. เป็นเดือน
วันหลังจะมาว่ากันต่อ นะครับ...ขอบคุณที่ติดตาม
 
เดือน กันยายน 2554
- วันที่ 3 - 6 ก.ย.54 ติดตั้งเครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าสำรอง ที่ สถานีโทรทัศน์ จ.แพร่
- วันที่ 9 - 20 ก.ย.54 เดินทางไปถ่ายทอดสดสัญญาณดาวเทียม "น้ำป่าพัดดินโคลนถล่ม ที่ อ.น้ำปาด"
- เดินทางไปถ่ายทอดสดสัญญาณดาวเทียม MCOT-1 น้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัย
- ตัดต่อวิดีโอ รายการ ๙ ถวายพ่อ จำนวน 2 รายการ
- ตรวจสอบอุปกรณ์ สรุปรายงานประจำเดือน ฯลฯ
 
เดือน ตุลาคม 2554
- เดินทางไปต่อสายไฟฟ้าหม้อแปลงเชื่อมระบบไฟเข้าสถานีโทรทัศน์ จ.สิงห์บุรี ( น้ำท่วมสถานีฯ ) วันที่ 3 - 4 ต.ค.54
- เดินทางไปถ่ายทอดสดสัญญาณดาวเทียม น้ำท่วม จ.นครสวรรค์ วันที่ 12 - 19 ต.ค.54
- ซ่อมระบบไฟฟ้า เปลี่ยนเบรกเกอร์ชำรุด ที่สถานีโทรทัศน์ จ.นครสวรรค์
- เข้าเวรสถานีโทรทัศน์ ซ่อมโน่น ซ่อมนี่ เดินทางบำรุงรักษาอุปกรณ์ ไปเรื่อย...
 
คิดไว้ว่าจะทำระบบบันทึกรายงานการปฏิบัติงานประจำวัน ไว้บนเว็บไซต์ คล้ายการบันทึกไดอารี่ เพื่อเอาไว้สรุปงานของเจ้าหน้าที่ในสถานีฯ หากเดินทางไปนอกพื้นที่ ก็สามารถถ่ายรูปและอัพโหลดขึ้นไปไว้บนเว็บไซต์ได้เลย เก็บเป็นระเบียนรายงานปฏิบัติงาน ( ตามนโยบายของวิศวกรรม แต่เริ่มทำที่ตัวเองก่อน..หากคนอื่นไม่เห็นด้วย เขาจะมาด่าเอา..) ผสมกับการบันทึกรายการกิจกรรม เก็บภาพถ่าย สรุปบันทึกข้อมูลการซ่อม ว่าไปซ่อมอะไร? แก้ไขตรงไหน? ถอด-ประกอบอุปกรณ์ยังไง? บันทึกเป็นคู่มือ...แต่ยังไม่ได้ทำ(ระบบบันทึก) เพราะมุ่งไปฝึกฝนในด้านการทำรายการวิดีโอและการถ่ายภาพ ( เป็นความสุขของคนมีหัวใจศิลป์ ) เก็บเงินซื้อรถยนต์ ซื้อกล้อง ซื้อโคมไฟ ซื้ออุปกรณ์ทำรายการ ฯลฯ เอาไว้ถ่ายทำรายการ ประเพณี ถ่ายทอดภาพผ่านเว็บไซต์ นอกสถานที่ก็ได้..เป็นความสุข
 
ในงานช่างฯบางอย่าง เราไม่จำเป็นต้องทำเองคนเดียว แล้วไม่ใช่พูดหรือสั่งเป็นอย่างเดียวด้วย แต่เรามีเพื่อนพนักงานที่เป็นช่างอิเล็กทรอนิกส์..อยู่ ทุกจังหวัด เขาสามารถพัฒนาฝีมือ ลงมือทำงานในหน้าที่และแก้ปัญหาในงานนั้นได้อยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปลงมือทำเอง แต่กระนั้นเราต้องฝึกฝนให้เราทำได้ด้วยตนเอง (ไม่รอพึ่งคนอื่น ไม่ใช่รอคนจำนวนมากๆ ) ต้องมีความช่ำชอง มีประสบการณ์ มีความรู้ด้านวิชาการที่แม่นยำ เพื่อเป็นหลักให้เพื่อนๆสำหรับแก้ปัญหา(ทั้งๆที่อาจไม่มีคนเชื่อถือเรา..) เพราะมีเพื่อนพนักงานในสาขาอาชีพเดียวกันเยอะอยู่แล้ว..เราจึงทำหน้าที่สนับสนุนและช่วยเหลือในด้านประสบการณ์ สนับสนุนความรู้ เครื่องมือ อุปกรณ์ พร้อมๆกันนั้น..เราก็ไปพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆด้วย ทำหน้าที่ในงานที่ไม่มีคนจะทำ หรือใช้ทักษะ(พรสวรรค์)ไปพัฒนาสร้างสรรค์ในด้านอื่น เพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในสาขาอาชีพอื่นๆได้ด้วยตัวเราคนเดียว ไม่ไปบังคับใคร ( เช่น งานสถานีวิทยุ อสมท สนับสนุนถ่ายทอดเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต ทำรายการวิดีโอ ประชาสัมพันธ์ให้ อสมท เป็นรายการท้องถิ่น ผ่านดาวเทียม เป็นต้น )
 
และในการสนับสนุนด้านช่างฯ เราก็ต้องมาทำระบบบันทึกสรุปผลการปฏิบัติงานให้เพื่อนพนักงาน ไว้สำหรับบันทึกผลงานได้ด้วย ( ที่กำลังจะทำไว้ เป็นแบบอย่าง..) เพราะเมื่อสนับสนุนให้เพื่อนเดินไปข้างหน้า ก็ต้องคอยรับยามเพื่อนล้ม คอยชมยามเพื่อนได้ คอยให้กำลังใจยามเพื่อนพัก คอยทักยามเพื่อนผิด คอยช่วยคิดยามเพื่อนเผลอ คอยพบเจอยามเพื่อนเหงา  ( คำนี้..เพื่อนที่ดี สำหรับผม มันมีน้อยลงทุกที เลยชั่งใจอยู่ว่าจะทำให้ใครก่อน..)
 
ใครจะมาว่า ผมไม่รู้หน้าที่ ไม่ช่วยงานช่างฯด้วยกัน ทำงานที่ไม่ใช่หน้าที่
ให้คอยดูผลเอาเอง...เวลา สถานการณ์ และความไม่แน่นอน
จะเป็นตัวตัดสินเองว่า...ถูกหรือผิด จริงหรือเท็จ.. ใครต้องพึ่งใคร..?!?
 
ไม่ใช่ท้าทาย.. แต่ให้นำไปเป็นแง่คิด เตือนใจว่า..
โอกาสทำไมมันวิ่งมาหาผมเอง โดยไม่จำเป็นต้องไปไขว่คว้าหาโอกาส.. 
และผมมีความสุข อยู่กับสิ่งเล็กๆ แต่มันเบ่งบานยิ่งใหญ่ขึ้นมาเอง !
ผมเข้าใจว่า คนเรา..คิดไม่เหมือนกัน...จงคิดให้แตกต่างได้ แต่จงอย่าขัดแย้ง..
 
หากมีความคิดขัดแย้ง พูดจาขัดแย้ง แย้งเขาแล้วทำเสียเอง..
จะไม่ค้นพบตัวเอง..แล้วจะไม่มีใครมาค้นพบตัวคุณด้วย..
 
ขอบคุณที่ติดตาม ถ้าว่างจะกลับมาเรียบเรียง จนเสร็จ..ขอสัญญา




จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น