ชื่อผู้แจ้ง : ชื้อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว แจ้งวันที่ : 11 สิงหาคม 2554 เวลา 21:32:45      ถูกเปิดอ่านแล้ว 3799 ครั้ง  3799 / 0 ครั้ง   ลดขนาดตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร 
ประเภท : [ บทความ ]      ออกแบบเว็บไซต์      ออกแบบเว็บไซต์      ออกแบบเว็บไซต์
ชื่อเรื่อง : เตรียมตัวสำหรับทำเว็บไซต์ โดย 4 ขั้นตอนก็มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว


การเตรียมตัวสำหรับทำเว็บไซต์  ด้วย 4 ขั้นตอนก็มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว....
   1. ต้องเขียนหรือใช้คำสั่ง HTML ได้ หรือใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อออกแบบหน้าเว็บไซต์
   2. มีโฮสต์(Host) หรือพื้นที่(Server) สำหรับแสดงไฟล์ HTML บนอินเตอร์เน็ต
   3. ต้องมีโดเมนเนม(Domain name) จดทะเบียนชื่อเว็บไซต์ เป็นของตนเอง
   4. ใช้โปรแกรม FTP สำหรับถ่ายโอนไฟล์  HTML จากเครื่องเราไปไว้ที่โฮสต์

      เป็น 4 ขั้นตอน เบื้องต้นของการทำเว็บไซต์ สามารถทำได้จริง เรียนรู้ได้จริง เสียค่าใช้จ่ายน้อย พึ่งพาตนเอง เป็นเจ้าของเว็บเอง มีความปลอดภัย มีการสำรองข้อมูล อิสระต่อข้อผูกมัดจากหน่วยงาน สะดวกในการทำเว็บไซต์ ใช้เก็บเอกสารข้อมูล ทำระบบสารสนเทศประจำสำนักงาน หรือออกแบบรายการ ระเบียนเอกสาร หนังสือรับส่ง รายงานของพนักงาน เผยแพร่สู่ภายนอกและสื่อสารข้อมูลกันระหว่างสำนักงานภูมิภาคต่างจังหวัดได้สะดวกผ่านอินเตอร์เน็ต ( มีข้อดีหลายอย่าง มากกว่า..การสร้างผลงาน สร้างภาพ )




ขั้นตอนที่ 1  ต้องเขียนหรือใช้คำสั่ง HTML ได้ หรือใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อออกแบบหน้าเว็บไซต์
      ต้องรู้จักภาษา HTML สามารถเขียนคำสั่ง(Script) เพื่อจัดหน้าเว็บไซต์ได้ตามรูปแบบที่ต้องการ หรือการเลือกใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่มีเครื่องมือสำหรับการตกแต่งหน้าเว็บไซต์ได้ ตัวอย่างเช่น ใช้โปรแกรม ชื่อ Dreamweaver สำหรับออกแบบเว็บไซต์  เป็นโปรแกรมเพื่อออกแบบ ตกแต่ง และสร้างไฟล์ HTML ที่ใช้แสดงหน้าเว็บไซต์ เพื่อที่จะนำไฟล์นี้ไปไว้บนโฮสต์ ( Host ) และต้องมีโปรแกรมตกแต่งรูปภาพได้ด้วย เพื่อใช้จัดการรูปภาพ ทำการตัดต่อภาพ ขยายหรือลดขนาดของรูปภาพ เพราะเราต้องนำรูปภาพต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บได้ด้วย จึงต้องมีการตกแต่งรูปภาพให้เหมาะสมและสวยงาม และต้องใช้โปรแกรมทำภาพเคลื่อนไหว, ใส่ตัวอักษรในรูปภาพ ได้ด้วยยิ่งดี





ขั้นตอนที่ 2  มีโฮสต์(Host) หรือพื้นที่(Server) สำหรับแสดงไฟล์ HTML บนอินเตอร์เน็ต
      โฮสต์(Host) คือที่อยู่สำหรับแสดงหน้าเว็บไซต์ ต้องมีพื้นที่ในเซิร์ฟเวอร์(Server) สำหรับเก็บไฟล์ HTML, เอกสาร, รูปภาพ ประเภทต่างๆ อยู่ที่โฮสต์นั้นด้วย ต้องเข้าไปลงทะเบียนขอใช้พื้นที่(Host Server) ฟรี ในเว็บไซต์ ชื่อ  http://www.csbox.com ให้เนื้อที่เก็บข้อมูลถึง 10GB มีรายละเอียดตามรูป

      ใช้งานโฮสต์และพื้นที่ Server ฟรี..!  10GB





ขั้นตอนที่ 3  ต้องมีโดเมนเนม ( Domain name ) จดทะเบียนชื่อเว็บไซต์ เป็นของตนเอง
      โดเมนเนม ใช้เป็นชื่อแรกประจำเว็บไซต์ของเรา เปรียบเสมือนชื่อที่อยู่ URL ประจำตัวของเว็บไซต์เรา เพื่อให้คนที่เล่นอินเตอร์เน็ตสามารถพิมพ์ชื่อ URL แล้วเข้ามาชมเว็บไซต์ของเราได้ การตั้งชื่อ ต้องเป็นภาษาอังกฤษ เป็นชื่อที่เรียกง่าย เป็นชื่อสั้นๆ  ผู้เข้าชมจดจำง่าย พิมพ์ง่าย มีความหมาย  คนทั่วไปนิยมเรียก  และต้องไม่ซ้ำกับชื่อเว็บไซต์อื่นที่ลงทะเบียนไว้แล้ว ตัวอย่างชื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานอยู่ เช่น  www.sanook.com ( สนุกดอทคอม ) นั่นเอง

      ต้องเสียค่าใช้จ่าย  จดทะเบียน URL เป็นชื่อแรกสำหรับเว็บไซต์ของเรา  ในราคา 489 บาทต่อปี ที่เว็บ http://www.csbox.com  มีอายุการใช้งานโดเมนเนม เป็นรายปี เสียค่าใช้จ่ายปีละครั้ง 

      จดทะเบียนที่เดียวกับที่ได้โฮสต์ฟรี นั่นแหละ เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้เขาหน่อย จะได้มีโฮสต์ฟรีใช้กันนานๆ... แค่ปีละ 489 บาท เท่านั้น.. 




ขั้นตอนที่ 4  ใช้โปรแกรม FTP สำหรับถ่ายโอนไฟล์ HTML จากเครื่องเราไปไว้ที่โฮสต์
      เมื่อเราออกแบบเว็บไซต์ และมีไฟล์ HTML แล้ว เราต้องนำไฟล์ HTML นี้ไปไว้บนโฮสต์ ที่ทำหน้าที่แสดงหน้าเว็บไซต์ บนอินเตอร์เน็ต โดยมีเครื่อง Server ที่โฮสต์เป็นผู้ให้บริการแสดงหน้าเว็บไซต์ โดยไฟล์ทั้งหมดที่เราออกแบบไว้จะถูกเก็บไว้บนโฮสต์นั่นเอง
      เพื่อให้แสดงหน้าเว็บบนอินเตอร์เน็ต เราต้องนำข้อมูลส่งไปไว้ที่โฮสต์ทุกครั้ง เราเรียกว่าการถ่ายโอนข้อมูล ( FTP ) โดยจะมีโปรแกรม FTP ถ่ายโอนข้อมูลไปมาระหว่างเครื่อง PC ของเรา กับโฮสต์ หรือเมื่อเราต้องแก้ไขไฟล์ HTML ทุกครั้ง จะมีความสะดวกมาก โดยโฮสต์ที่ให้พื้นที่ใช้งานจะมีบริการนี้อยู่ ทำให้ผู้ออกแบบเว็บไซต์สะดวกในการถ่ายโอนข้อมูล หรือเรียกข้อมูลกลับมาสำรองไว้ก็ได้ เราจะได้ Username และ Password และ URL จากโฮสต์ที่เราลงทะเบียนไว้ มาใช้สำหรับถ่ายโอนข้อมูล
 
ตัวอย่างเช่นโปรแกรม  WinSCP 4.3.2 ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรี ใช้งานง่าย มีขนาดเล็ก และปลอดภัยที่สุด

ดาวน์โหลดโปรแกรมใช้ฟรี http://www.tempf.com/utilities-software/1073-WinSCP-4.3.2.html

คู่มือการใช้งาน ดาวน์โหลดจากที่นี่ (ลิ้งค์ด้านล่าง)

ดาวน์โหลด   [ มีไฟล์แนบ book1313638934.pdf ] [ ขนาดไฟล์ 905.93 KByte ]



เริ่มขั้นตอนแรก การเขียนคำสั่ง HTML

HTML (HyperText Markup Language)
      ภาษา HTML เป็นภาษาพื้นฐานหรือเป็นเรื่อง BASIC ที่ผู้ต้องการจัดทำเว็บไซต์จำเป็นต้องรู้ เป็นภาษาที่ใช้ในการแสดงผลของเอกสารบน website หรือที่เราเรียกกันว่าเว็บเพจ เป็นภาษาที่พัฒนาโดย World Wide Web Consortium (W3C) โดยในขั้นพื้นฐานเราเรียนรู้การใช้ HTML สำหรับบออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้สวยงาม เขียนบันทึกข้อความตัวอักษรบนหน้าเว็บไซต์ และใช้สำหรับเชื่อมโยงเอกสาร เปิดเอกสารรายงาน ก็อาจเพียงพอแล้ว...สำหรับผู้ออกแบบเว็บไซต์เบื้องต้น

     - เรียนรู้ภาษา HTML มาออกแบบเว็บไซต์ได้ ตกแต่งหน้าเว็บได้
     - อัพโหลดไฟล์เอกสารไปเก็บไว้บนเว็บไซต์ เชื่อมโยงเปิดเอกสารได้
     - ใช้โปรแกรมและเครื่องมือที่ตกแต่งเว็บไซต์ได้ เพื่อความสะดวก อาทิ Dreamweaver, FontPage, Website Layout Maker, WYSIWYG Web Builder, EditPlus
     - ใช้เว็บเพจสำเร็จรูป สำหรับสร้างรายการเว็บบอร์ด อาทิ Joomla, Wordpress, Drupal, phpBB, PHP Nuke


- โปรแกรมที่ใช้สำหรับบออกแบบเว็บเพจ สามารถดาวน์โหลดได้เอง ( แนะนำบิทเทอร์เรนท์ไปแล้ว ) 

- หรือจะใช้เว็บเพจสำเร็จรูปก็ค้นหาแหล่งดาวน์โหลดฟรีและหาคู่มือได้จากพี่ Google มีเยอะแยะ ผมไม่สอนเพราะไม่เคยใช้ 

     หากผมได้มาจะอัพโหลดมาไว้ตอนท้ายๆบทความ..ตอนนี้พล่ามไปเรื่อยๆก่อน (บทความหนึ่ง ทำเป็นเดือน เขียนไป แก้ไป นึกอะไรได้ก็มาเพิ่มเติมใส่ เก็บไว้อ่านเอง สอนใครไม่ได้(เขาไม่เชื่อถือ) อัพโหลดไฟล์มาเก็บไว้ ส่วนใหญ่ก็จะเก็บไฟล์ไว้ให้ตัวเอง คนนอกเขาไม่เข้ามาโหลดหรอก กลัวไวรัส..) หากใครถามมา จะให้เข้าไปอ่านดูในเว็บ..มีขั้นตอน ตามวิธีการ และโหลดไฟล์ไปลองทำเอง (กลุ่มเนื้อหาแยกหมวดหมู่ไว้แล้ว)
 

      สำหรับวิธีการเขียนและเรียนรู้ HTML ผมคงไม่ได้มาสอนในที่นี้ เพราะมีหลายๆเว็บที่โพสต์รายละเอียดไว้ ลองค้นหาด้วย Google ดู เพราะเดี๋ยวนี้เขาเรียนรู้ด้วยตนเองกันทั้งนั้น ใครเรียนต่อปริญญาตรี อาจารย์เขาให้ค้นหาและอ่านตำรากันเอาเอง..หากใครไม่ได้ไปเรียนต่อคงไม่รู้วิธีคิด วิธีค้นคว้าด้วยตัวเอง(ไม่ใช่เรียนเพื่อวุฒิบัตร แต่เรียนรู้วิธีค้นคว้า จัดระเบียบชีวิตตนเอง และวิธีค้นหาทางออกเมื่อเจอปัญหา) ผมเพียงมาบอกแนวทางและทิป(เทคนิค)เล็กๆน้อยๆ และขึ้นอยู่กับความตั้งใจและความมีใจของผู้ค้นคว้าเอง หากจับยัดความรู้ให้แต่ผู้รับไม่มีใจ ใจไม่รัก จะสอนไปก็เสียเวลาเปล่า มันมีผลสะท้อนกลับมาที่ผู้สอนเองว่า..
      1. หากผู้เรียนไม่ตั้งใจ ไม่หมั่นเพียร ทำไม่สำเร็จ ก็มาโทษว่าผู้สอนไม่มีความสามารถ
      2. สอนไปแล้ว แต่นำไปใช้ผิดวิธี เข้าใจคนละแบบ อวดรู้ (ศิษย์คิดล้างครู) 
      3. เอาชื่อไปอ้างว่ารู้มาอย่างนี้ นำมาจากที่นี่ ทำแบบนี้ นำไปต่อยอดแบบผิดๆ เรียกร้องต่อรองกับองค์กร (เสียชื่อผู้สอน)
      4. เสียเวลาไปกับผู้ที่ไม่สนใจ แทนที่จะให้โอกาสกับผู้ที่สนใจจริง
      5. เสียเวลาผู้สอน แทนที่จะไปทำอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์มากกว่า
      6. ผู้สอน หมดกำลังใจ เสียความรู้สึก ท้อแท้ สิ้นหวัง ซังกะตาย...(แกล้งทำเป็นไม่รู้ ไม่ต้องมาพึ่งเรา..อิอิ)

      ความรู้มันสอนกันได้ แต่สามัญสำนึกมันสอนกันไม่ได้

      แล้วตอนนี้ระบบเว็บไซต์สารสนเทศได้ถูกบรรจุเป็นหลักสูตรในระดับปริญญาตรีไปแล้ว ผู้ที่เรียนต่อระดับปริญญาตรีต้องรู้เรื่องระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล มีหน่วยกิตที่ต้องบังคับเรียน แต่บางคนเรียนผ่านมาแล้ว แต่ไม่สนใจเอง กลับมาบอกว่าไม่เคยเรียน มันเกิดช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่าคิดว่าไม่จำเป็นไม่สำคัญเพราะไม่เคยเรียน (ละเลยเหมือน 5 ส.) แม้แต่คนรุ่นใหม่ที่เคยเรียนมาแล้ว อาจทำเป็นลืมเพราะไม่อยากรับผิดชอบและไม่รู้จริง(ทำไม่ได้) ไม่นำมาทำให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร(ไม่ใส่ใจ)  หากจะมานั่งสอนพื้นฐานตั้งแต่เริ่มต้น ผมก็ไม่ใช่สำนักกวดวิชาที่จะมาสอนเด็กๆเพื่อแลกเงิน และไม่อยากบังคับใคร.. แต่ผมจะมาแนะนำวิธีนำไปใช้งานได้และสามารถปฏิบัติงานให้กับองค์กรได้จริง เป็นหลักสูตรใช้งานจริง..ช่วยลดภาระ เป็นทิปและประโยชน์ ตัวอย่างเช่น...

     พนักงานที่หมั่นเพียร บันทึกรายละเอียด เก็บข้อมูล เก็บประวัติ เก็บเอกสาร(กระดาษ)ใส่แฟ้ม ทำเป็นประจำ(ทำหน้าที่มา 10 ปี) ทุ่มเททำทั้งถ่ายเอกสาร สแกน เรียบเรียง สรุป กรอกข้อมูล คัดลอกไฟล์ แล้วพิมพ์เป็นกระดาษใส่แฟ้ม ให้เพื่อนร่วมงานได้ใช้ร่วมกัน แต่เพื่อนร่วมงานไม่เคยทำไม่เคยเก็บ เมื่อมีการตรวจสอบ ก็ดึงเอกสารออกไปดื้อๆ เอาข้อมูลในแฟ้มไปโชว์(วันเดียวได้ผลงาน) แล้วไม่คืนที่เดิม ทำหาย ตามหาเอกสารไม่เจอ ไม่รับรู้ แถมว่าไม่มีประโยชน์ซะอีก 
      แก้ลำโดย...ยังไงก็ต้องพิมพ์เอกสารผ่านคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว สรุปรวบรวม สแกน เป็นไฟล์ใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์เสียเลย ทำเป็นระบบ Server (เดี๋ยวสอน) ทำระเบียนเอกสารเก็บข้อมูลเป็นไฟล์ (เดี๋ยวมาโหลดไฟล์ไปติดตั้ง) แถมต่อเน็ตแสดงข้อมูลออกเป็นเว็บไซต์ให้คนอื่นมาเข้าชมได้เลย และไม่ให้ใครมาเปิดอ่านง่ายๆ (กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน..ซะ) ลาก่อน...แผ่นกระดาษและแฟ้มเอกสาร (ทำงานให้ตัวเอง ง่ายสำหรับตัวเอง ไม่ต้องไปคอยห่วงใคร ทำงานแล้วมีความสุข )
 
      และพนักงานที่ต้องรับผิดชอบการรวบรวมเอกสาร จากสถานีภูมิภาคต่างจังหวัด ส่งงานมาเป็นอีเมล เป็นไปรษณีย์ ต้องมารออีเมล รอเอกสาร 2-3 วัน ข้อมูลเขียนมาคนละแบบ ยังต้องมานั่งกรอกผลรวมเองอีก ต้องสแกนไฟล์เก็บไว้เป็นหลักฐาน ไม่มีใครรับรู้  ไม่มีล่วงเวลา ไม่มีผลงาน (ถ้ามีเบิกโอทีและมีผลงานปล่อยมันทำไป..สมน้ำหน้า**) เสียเวลากลับบ้าน ไม่มีเวลาให้ครอบครัว แถมโดนตำหนิว่าทำงานช้า มีเพื่อนร่วมงานเยอะแยะ แต่ไม่มีใครมาช่วย ต้องทำงานอยู่คนเดียว(เลิกคบมันไปเลย)
      แก้ไขโดย..ทำเป็นระบบสารสนเทศ สร้างตารางให้พนักงานกรอกข้อมูลและแนบไฟล์ส่งผ่านอินเตอร์เน็ต เก็บไว้บน Server เปิดอ่านง่าย สรุปผลคล่อง มีหลักฐานชัดเจน ไม่ต้องตระเวนโฆษณา บันทึกชื่อผู้ส่งและเวลาที่ส่งเอกสาร ให้ส่วนกลางเปิดอ่านและสรุปผลได้เลย ยังผลให้เราทำงานสะดวกสบาย ได้กลับบ้านเร็ว เจอหน้าคนที่เรารักและรักเรา ครอบครัวอบอุ่น แม้ทำงานคนเดียวก็มีความสุข จะรู้สึกรักสันโดษ ไม่อยากคบใคร เพราะคบไปก็ไม่มีประโยชน์...(มีคอมพิวเตอร์ไว้เป็นลูกน้องเรา สั่งงานให้มันทำงานแทนเรา บางคนเอามันมาเป็นเจ้านาย..เอาใจมัน กลัวมันชำรุด ห้ามใช้งาน..)

   ** ตัวชี้วัด ไม่ได้อยู่ที่ความเต็มใจและความตั้งใจ เพราะได้ผลประโยชน์ตอบแทนไปแล้วคือ..โอที (ทำเพราะเงิน) 

      ระบบสารสนเทศ ยังช่วย..พนักงานที่ต้องสรุปงานซ่อม ช่วยรวบรวมผลการซ่อม แจ้งผลการซ่อม บันทึกการส่งซ่อมระหว่างสถานีต่างจังหวัด กำหนดแบบฟอร์มเอกสาร วิธีการส่งซ่อม ทำประวัติงานซ่อม ฯลฯ สารพัดงานช่าง(ที่พวกชอบอ้างว่าไม่เกี่ยวกับงานเอกสาร แต่สรุปผลงานให้ตัวเอง พิมพ์เป็นเอกสาร..ทำไมวะ) การกำหนดหลักการของระบบเอกสาร จะช่วยแก้ปัญหาการสรุปงานได้มากมาย แต่จะมาแนะนำให้แก่ผู้มีสามัญสำนึก คนที่เปิดใจรับ (พวกน้ำครึ่งแก้ว) แนะนำระดับสูง ชั้นเซียน เขียนโยงข้ามไปข้ามมา คนที่ไม่เปิดใจเข้าไม่ถึง มีทัศนคติที่เป็นลบ เข้ามาอ่านแล้ว งง..เป็นไก่ตาแตกกันไปเลย บทความนี้..ไม่หวังผลสัมฤทธิ์ เอามันอย่างเดียว คิดว่าจะทำบทความเป็นระบบภายใน ให้สมาชิกเปิดอ่านและโหลดได้ คนนอกเข้าดูไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าผมใจร้าย ใจแคบ เลยมาเขียนสรุปเปิดเผยให้อ่าน แต่ใจจริงไม่อยากสอนให้โจรกลับใจ ไม่อยากให้รู้และตามทันความคิดเรา แล้วเก็บเอาไปคุยผิดๆถูกๆ งูๆปลาๆ ใจนึงก็อยากสอน แต่อีกใจนึงก็หมั่นใส้ (ผมมันคนธรรมดาไม่ใช่พระอรหันต์ คงอีกหลายชาติจึงละกิเลสได้) เขียนให้เป็นข้อสรุป เข้าใจยากๆ นี่แหละ ส่วนเนื้อหาที่ละเอียดจริงๆ ให้ไปค้นที่ Google ค้นคว้าหาอ่านกันเอาเอง จะหาเจอหรือไม่ สุดแต่บุญแต่กรรม


การออกแบบหน้าเว็บไซต์ ในขั้นสูง ต้องเรียนรู้ชุดตัวอักษรคำสั่ง(Script) ต่างๆ เพิ่มเติมอีก เช่น...

1. JAVA (Java Script)
      JavaScript เป็นโปรแกรมประเภทตัวแปรภาษาแบบ Script จาก Netscape มีลักษณะคล้ายกับภาษา Visual Basic Microsoft เป็นภาษา Script ง่ายกว่าภาษาแบบคอมไพล์ แต่ใช้ประโยชน์ได้มากในโปรแกรมสั้นๆ  สามารถใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อโต้ตอบกับผู้ใช้บนหน้าเว็บได้ทันที เพิ่มความสะดวกสำหรับผู้เยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ในการเลือกเปิดข้อมูล หรือเลือกรายการประเภทต่างๆที่จัดแสดงบนหน้าเว็บ

     JAVA มีคุณสมบัติ คือ
     - จัดรูปแบบหน้าเอกสารให้สวยงาม
     - แสดงคำเตือน แสดงสี การกระพริบ กรอบรายการเคลื่อนไหว นาฬิกา ลูกเล่นต่างๆ
     - จัดการหรือแสดงข้อมูล, รายการ, ตัวเลือกที่ซับซ้อน

     - แสดงกรอบสำหรับตอบโต้กับผู้ใช้งาน ได้ทันที
     - ประมวลผล คำนวณตรรกะ ตัวเลข หาผลรวม แสดงข้อความ
     - ตรวจสอบความถูกต้องในการป้อนข้อมูล 
     - แสดงคำสั่งยืนยัน, ตรวจสอบข้อความ ตรวจสอบจำนวนตัวเลข ให้แก่ผู้ใช้
 
 
2. PHP (Personal Home Page)
      คำว่า PHP ย่อมาจาก Personal Home Page (โฮมเพจที่มีความเป็นส่วนตัว) แต่พัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงเปลี่ยนเป็น Professional Home Page ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำเวบไซต์ นำมาเสริมความสามารถให้เว็บเพจทำงานแบบ Dynamic เป็นภาษาชั้นสูงที่สามารถทำงานร่วมกับภาษา HTML โดย PHP เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ประเภทโอเพนท์ซอร์ท (Open Source Computer Language) ลักษณะของภาษา PHP มีรากฐานคำสั่งมาจากภาษาซี เป็นภาษาที่สามารถพัฒนาให้ใช้งานแบบโต้ตอบกับผู้ใช้ได้
      โดยภาษา PHP  มีการทำงานแบบเซิร์ฟเวอร์ไซต์สคริปต์ (Server-Side Script) จึงต้องมีเครื่องผู้ให้บริการ (Server) ที่ทำหน้าที่รับคำสั่งจากเครื่องผู้ใช้ (Client) ที่ร้องขอด้วยการส่งคำร้องขอ(คำสั่ง)เข้ามายังเครื่องผู้ให้บริการ โดยมีชุดแปลภาษา PHP ติดต่อกับเครื่องผู้ให้บริการ (Server) เพื่อประมวลผล หรือดึงรายการจากฐานข้อมูล(Data Base) ชุดแปลภาษา PHP จะทำการโต้ตอบกับเครื่องผู้ใช้(Client) และส่งข้อมูลกลับไปยังเครื่องของผู้ใช้ที่ร้องขอ ในรูปภาษา HTML หรือรูปภาพ หรือแฟ้มดิจิตอลอื่นใด


     PHP มีคุณสมบัติ คือ
     - ตอบโต้ รับคำสั่งจากผู้ใช้
     - ติดต่อกับ Server
     - ประมวลผล คำนวณตรรกะ ตัวเลข หาผลรวม เรียงลำดับรายการ
     - ทำระเบียนล๊อกอิน กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน Admin, User สมาชิก
     - กำหนดลักษณะการใช้งานบนหน้าเว็บ ตาม Cookie และ Session ให้แตกต่างกันสำหรับผู้ใช้งานแต่ละราย
     - จัดการระบบไฟล์เอกสาร สร้างไฟล์ สร้างโฟล์เดอร์ จัดการรูปภาพ ฯลฯ
     - เขียนคำสั่งอัพโหลด, ส่งไฟล์ไปเก็บไว้บนเว็บได้สะดวก ผ่านหน้าเว็บ HTTP ได้ทันที
     - ติดต่อกับฐานข้อมูล SQL



3. SQL (Structured Query Language)
      คือ ภาษามาตรฐานกลางที่ใช้สำหรับจัดการข้อมูลในฐานข้อมูลด้านต่างๆ โดยที่เราสามารถใช้ SQL ร่วมกับ DBMS ชนิดต่างๆได้ เช่น Access, Oracle เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฐานข้อมูลประเภท RDBMS (Relation Database Management System) จะรู้จักภาษา SQL เป็นอย่างดี เราจะใช้ SQL เพื่อจัดการกับข้อมูลในฐานข้อมูลได้หลายอย่าง เช่น การแสดงข้อมูลจากฐานข้อมูลแบบมีเงื่อนไข, การเพิ่ม, การลบ และการนำข้อมูลจากตารางหลายๆ ตาราง มาแสดงร่วมกันได้ เป็นต้น

     SQL มีคุณสมบัติ คือ
     - ทำงานร่วมกับคำสั่ง PHP ได้
     - แสดงข้อมูลจากฐานข้อมูลแบบมีเงื่อนไข
     - จัดการ,ปรับปรุง,สร้างตารางฐานข้อมูล
     - การเพิ่ม, การลบ และการนำเข้ารายการข้อมูล
     - จัดเรียงลำดับรายการข้อมูล



4. AJAX (Asynchronous JavaScript and XML)
     
เป็นสคริปต์ที่ออกแบบให้ตอบสนองการทำงานต่อผู้ใช้งานได้ทันที  โดยไม่ต้องรอ Reload หน้าเพจบ่อยๆ  อาทิเช่น... 
      - ตรวจสอบความถูกต้องในการป้อนข้อมูล ( แสดงคำเตือน )
      - คำนวณและแสดงผลรวมในการป้อนค่าตัวเลข ออกมาให้ทราบทันที
      - แสดงเมนูตัวเลือกที่ซับซ้อน แบ่งเป็นระดับชั้น ตามตัวเลือก
      - ทำหน้าเพจแสดง “กำลังโหลด....”  ในขณะรอส่งข้อมูลให้ผู้ใช้ทราบ
      - แสดงสภาวะการทำงานต่างๆ ให้ผู้ใช้ทราบตลอดเวลา
      - ใช้ออกแบบให้หน้าเว็บดูสวยงามยิ่งขึ้น

   เอาแค่เขียน HTML ออกแบบหน้าโฮมเพจ ใช้เวลาสัก 1 ปี จึงจะเขียนเว็บได้คล่อง ก่อนจะไปเรียนรู้ภาษาชั้นสูง JAVA , PHP, SQL , AJAX  สำหรับ HTML ที่ต้องเจอประจำ คือทำได้แค่...
     1. เปิดโปรแกรมตกแต่งหน้าเพจ
     2. สร้างไฟล์ HTML และตกแต่งหน้าเพจ
     3. เขียนข้อความ,ข้อมูลลงในหน้าเพจ HTML 
     4. มีรูปและเอกสาร ต้องดึงมาเก็บไวต์ที่ไซต์ (Site) ภายในเว็บเพจ
     5. เปิดโปรแกรม FTP 
     6. ใช้ FTP ส่งไฟล์+รูปภาพ+เอกสาร ขึ้นไปไว้บนโฮสต์ (ต้องส่งขึ้นไปทุกไฟล์ที่เชื่อมโยงกันไว้)
     7. ทดสอบเปิดไฟล์ HTML บนเว็บ
     8. ตรวจสอบดู..ถ้ายังไม่สมบูรณ์...ก็แก้ไขไฟล์ HTML อีกครั้ง ( ทำตั้งแต่ข้อ 1 ใหม่ )
     9. แล้วใช้ FTP ส่งไฟล์ขึ้นไปใหม่ ( ครั้งที่ 2 )
     10. ทดสอบเปิดไฟล์ HTML บนเว็บ ( ครั้งที่ 2 )
     11. ตรวจสอบดู..ถ้ายังไม่สมบูรณ์...ก็แก้ไขไฟล์ HTML อีกครั้ง ( ครั้งที่ 3 )
     12. แล้วใช้ FTP ส่งไฟล์ขึ้นไปใหม่... ( ครั้งที่ 3 )
     13. ทดสอบเปิดไฟล์ HTML บนเว็บ ( ครั้งที่ 3 )
     14. ตรวจสอบดู..ถ้ายังไม่สมบูรณ์...ก็แก้ไขไฟล์ HTML อีกครั้ง ( หลายรอบ )
     15. แล้วใช้ FTP ส่งไฟล์ขึ้นไปใหม่... ( หลายรอบแล้วนะ..!!  )
     16. ทดสอบเปิดไฟล์ HTML บนเว็บ..ตรวจสอบดู..ถ้าสมบูรณ์แล้ว...ก็จบ
      หากจะเขียนบทความใหม่ ก็เริ่มตั้งแต่ข้อ 1 อีกครั้ง....(แต่เป็นหัวข้อใหม่ สร้างไฟล์ใหม่)..มี 100 หัวข้อ ก็ต้องสร้างไฟล์ไป 100 ครั้ง.. ทำอย่างนี้ไปจนเบื่อ...สัก 1 - 2 ปี หากท้อแท้ ถอดใจ ก็จะเลิกทำเว็บไปเอง....

      หากยัง ดื้อด้าน ที่จะทำเว็บต่อไปอีก... เริ่มเรียนรู้ภาษา PHP และ SQL
     1. ออกแบบหน้าเพจ PHP สร้างหน้ากระดานโพสต์(ส่ง)บทความ เพื่อส่งไปเก็บไว้ในระเบียนฐานข้อมูล SQL (อาจเสียเวลาออกแบบสักหน่อย 2-3 เดือน ใช้เวลาศึกษาเป็นปี) หรือไปคัดลอกเอาเว็บบอร์ดสำเร็จรูป อาทิ Joomla, Wordpress, Drupal, phpBB มาติดตั้งใช้งาน รูปแบบการทำงานเป็นกึ่งอัตโนมัติ คือโพสต์บทความขึ้นไป จะแสดงผลได้ทันที (ไม่ต้องใช้โปรแกรมตกแต่งหน้าเพจและไม่ต้องใช้โปรแกรม FTP มาส่งไฟล์ไปที่โฮสต์)
     2. เปิดเข้าเว็บ เขียนข้อความ แนบไฟล์ อัพโหลดผ่านหน้าเว็บ (ทันที)
     3. คลิกรายการ เพื่อแสดงหน้าหน้าพจ..ตรวจสอบดู
     4. ถ้ายังไม่สมบูรณ์ ก็แก้ไขข้อความใหม่ และอัพโหลดผ่านหน้าเว็บนั่นได้ทันทีเลย..
     กระบวนการจะง่ายขึ้น...เพราะใช้คำสั่ง PHP ออกแบบการรับ-ส่งข้อมูลไว้แล้ว กระบวนการคล้ายๆเว็บบอร์ด ที่ใช้ตั้งกระทู้ หัวข้อ และตั้งคำถาม ตอบคำ (มีรูปแบบเป็นช่องๆเรียงต่อกันเป็นแนวตั้ง เหมือนในบทความนี้) หากศึกษาเรียนรู้เพิ่ม พยายามพัฒนาต่อไปอีก การทำเว็บจะง่ายขึ้น ประยุกต์พัฒนาต่อไปได้มากขึ้น อย่างคำคมที่ว่า...

เวลาเราก้าวไปข้างหน้า       ทุกๆสิบก้าวเราเหยียบหนาม
ถ้าเราท้อแล้วเดินกลับหลัง   ก็เท่ากับว่าที่ผ่านมาเราเจ็บฟรี
 
ไม่ใช่ถอดใจหยุดทำเว็บ..แล้วมาคุยว่าเคยทำแล้วของง่ายๆ (ไม่รู้จริง แล้วยังมาอวด..ข่มคนอื่นอีก)


การสรุปเนื้อหาวิชาการ มาเขียนเป็นบทความ

      เพราะทำงานด้านช่างซ่อมบำรุง ต้องทำหลายหน้าที่ เช่น..ซ่อมเครื่องส่งวิทยุโทรทัศน์ ซ่อมระบบสายนำสัญญาณ สายอากาศ ซ่อมอุปกรณ์ห้องส่งกระจายเสียง  ซ่อมอุปกรณ์เครื่องบันทึกเสียง เครื่องควบคุมเสียง อุปกรณ์ดาวเทียม ระบบไฟฟ้า ระบบแอร์ปรับอากาศ เครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้า เครื่องสำรองไฟฟ้า การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทำระบบรีโมทเครื่องส่งผ่านคอมพิวเตอร์ และทำงานด้านเอกสารสรุปรายงาน ทำแผนปฏิบัติการ สรุปติดตามแผน สรุปงบลงทุนจัดหาอุปกรณ์ ตรวจสอบอุปกรณ์ รายการทรัพย์สิน ซ่อมคอมพิวเตอร์ ติดตั้งโปรแกรม เชื่อมระบบเครือข่าย ออกแบบเว็บไซต์ ออกแบบสรุปรายงานเอกสารผ่านเว็บไซต์ ระบบเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูล การบันทึกภาพและเสียงด้วยคอมพิวเตอร์ การตัดต่อภาพและเสียงด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การสตรีมภาพและเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต การถ่ายทอดสดสถานีวิทยุนอกสถานที่ การบันทึกภาพวิดีโอทำรายการท้องถิ่น การรับเหมาประเมินราคาอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าอาคาร การเขียนแบบระบบไฟฟ้าอาคาร การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า และรับผิดชอบการให้ความรู้ด้านระบบดิจิตอล DTV ของ อสมท จึงต้องทำงานทุกอย่าง หลายหน้าที่ ไม่รู้ว่าจะสรุปงานใดก่อน จะเจาะลึกหลักการในด้านใด มีเอกสาร มีเนื้อหาข้อมูล มีรูปภาพการทำงานและรูปภาพการใช้เครื่องมือเก็บไว้เยอะ แต่ไม่มีเวลามาสรุปเป็นบทความ จึงค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ตามจังหวะที่มีคนร้องขอเข้ามา...เช่น..ในบทความนี้ มี พนง.ที่ต้องการทำเว็บไซต์ จึงเขียนสรุปบอกวิธีการมาขึ้นไว้ให้อ่าน

การเขียนสรุปเนื้อหาและเขียนบทความ ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้..

     1. ทำเป็นเว็บไซต์ เป็นบทความ เปิดอ่านผ่านอินเตอร์เน็ต สรุปเนื้อหาสั้นๆ มีรูปภาพประกอบ ได้ใจความ
         ข้อดี....        เปิดเผย ใครก็เข้าชมได้ เปิดอ่านง่าย ค้นหาได้สะดวก ได้ใจความ
         อุปสรรค....  ไม่มีคนสรุป ส่วนใหญ่ไม่ถนัดเว็บไซต์ ไม่ช่วยกันโพสต์ ผู้ดูแลเว็บทำอยู่คนเดียว

     2. ทำเป็นเอกสาร ให้เปิดอ่าน พิมพ์เป็นหนังสือ มีรายละเอียดวิชาการ เนื้อหาทฤษฎี
         ข้อดี....       เป็นรูปเล่มเอกสาร เป็นตำรา มีเนื้อหาละเอียดมาก เป็นวิชาการและมีหลักทฤษฎี
         อุปสรรค.... ไม่มีคนเขียน ต้องมีผู้พิมพ์เอกสาร เนื้อหายาว ผู้อ่านสรุปใจความยาก

     3. ทำเป็น Present บรรยาย พูดตอบข้อสงสัย ผู้ฟังสามารถถามได้
         ข้อดี....       ง่ายสำหรับการเตรียมตัว บรรยายด้วยคำพูด ใช้เวลาเร็ว ผู้ฟังสบาย ไม่ต้องอ่านเอง
         อุปสรรค.... เนื้อหาจะกระชับ สรุปแต่ไม่เจาะลึก จะรู้เฉพาะผู้เข้าอบรม นานไปก็ลืม และส่วนกลางไม่อนุมัติ ค่าใช้จ่ายสูง


ประโยชน์ของเว็บไซต์

      - ใช้ประชาสัมพันธ์ ใช้เผยแพร่ข้อมูล ให้บุคคลภายนอก ได้รู้จักองค์กรของเรา
      - มีเว็บไซต์ ก็เหมือนมีหน้าร้าน ให้ผู้เยี่ยมชมเข้ามาเปิดอ่านข้อมูล
      - มีเว็บบอร์ด ให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้แสดงความคิดเห็น โต้ตอบกันได้
      - แสดงเนื้อหาแบบเจาะจง ให้มีเนื้อหาตรงประเด็นในด้านใด เช่น สถานีวิทยุฯ ให้ความบันเทิง จัดรายการเสียงวิทยุฯ เป็นต้น
      - ให้ความรู้ ข้อมูลวิชาการ หรือแจ้งข่าวสาร เหตุการณ์ในท้องถิ่น 
      - ทำการโหวต ส่ง SMS ข้อความ และจัดอันดับความนิยม เช่น เพลง ดารา นักร้อง หรือสินค้าต่างๆ
      - ทำโฆษณาให้ลูกค้าที่มาซื้อโฆษณาวิทยุ โฆษณาสินค้าให้ลูกค้า เพิ่มช่องบริการผ่านเว็บไซต์
      - มีกล้องวิดีโอ WebCam สามารถถ่ายทอดสัญญาณภาพผ่านอินเตอร์เน็ต ที่หน้าเว็บไซ
ต์
      - เมื่อมีการจัดกิจกรรม บันทึกภาพวิดีโอ ทำเป็นคลิปภาพวิดีโอ เปิดชมได้บนเว็บไซต์
      - มีรูปภาพหลักฐานการจัดกิจกรรมโฆษณาให้ลูกค้า เก็บเป็นข้อมูลไว้ในเว็บเพื่อให้ลูกค้ามาตรวจสอบ(เปิดดู) สร้างความเชื่อถือ ไว้วางใจกัน
      - ทำระบบสมาชิก พนง. ให้ส่งเอกสาร รายงาน ระหว่างสถานีฯภูมิภาคต่างจังหวัด
      - ทำระเบียน กรอกรายงาน รวบรวมรายงาน เอกสาร เป็นหมวดหมู่
      - ทำระบบประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูล หาผลรวม สรุปจำนวนตัวเลข ในเว็บไซต์
      - ทำระบบรับ-ส่งไฟล์เอกสาร สัญญาซื้อขาย สปอร์ตโฆษณา การแจ้งซ่อม การส่งซ่อม ฯลฯ
      - และอื่นๆ อีกมากมาย ( ไม่อยากเขียนให้รู้ เดี๋ยวถูกขโมยความคิด เอาไปคุยหาผลงานอีก..แต่ทำไม่ได้อย่างที่คุย.. เซ็งเป็ด )


แค่ข้อแรก...ใช้ประชาสัมพันธ์ ใช้เผยแพร่ข้อมูล ให้บุคคลภายนอก ได้รู้จักองค์กรของเรา
     ผู้คิดจะออกแบบเว็บ ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาข้อมูลอะไรมาเขียน องค์กรเรามีอะไรบ้าง ต้องเขียนเรื่องอะไร เรื่องจิ้งจกหรือตุ๊กแก ถ่ายรูปโต๊ะและเก้าอี้มาขึ้นเว็บดีไหม? (ไม่มีหัวศิลป์) ก็ไม่เคยใส่ใจหน้าที่ในการทำงาน แค่ทำงานไปวันๆ เช้ามาทำงาน เย็นกลับบ้าน ไม่พัฒนาตนเอง ส่งไปเรียนก็เงินตัวเอง(เอาวุฒิมาปรับเงินเดือน) แล้วยังมาเพิ่มงานให้เราอีก พวกที่ดีแต่พูด..ก็มาบอกให้เขียน ให้เขียน.. แล้วตูจะเขียนอะไร? พอตูเขียนไปแล้วก็ค้านว่า..เนื้อหาของเราไม่ใช่งาน ให้ลบทิ้ง แล้วให้เขียนใหม่??(ลบมันง่ายกว่าเขียน นะ) พวกที่พูดมากไม่มาช่วยทำ ช่วยติ ช่วยค้าน อย่างเดียว... ให้มันเขียนมาเอง มันก็บอกว่าไม่ว่าง งานยุ่ง มีธุระ ถามมากๆ มันก็บอกว่าไปเซ้าซี้มัน...???  เห็นไหมว่า แค่ข้อแรก ก็ทำไม่ได้และทำไม่สำเร็จแล้ว..อิอิ (ทำได้อย่างเดียวคือ ขโมยความคิดเอาไปคุยอวด...เป็นพรนรก ไม่ใช่พรสวรรค์)

พอเริ่มเขียนเว็บไซต์ สิ่งที่ตามมา...
   - ต้องหาคอมพิวเตอร์ คุณภาพดีๆ (ใช้ออกแบบเว็บฯ)
   - เสียเงินค่าเช่าพื้นที่ ตั้งชื่อเว็บ จ่ายเงินก่อน เบิกทีหลัง ( บางทีเบิกไม่ได้..โดนมาแล้ว )
   - ต้องมีโปรแกรมออกแบบเว็บ ตกแต่งรูป พิมพ์งาน (ต้องซื้อมาใช้)
   - ต้องมีอุปกรณ์ Scanner, Printer, USB Card เพื่อคัดลอกรูปภาพมาตกแต่งเว็บฯ
   - ต้องไปเรียนเพิ่ม ศึกษาเพิ่มเติม...เพราะเจ้านายต้องการลูกเล่นใหม่ๆ แบบเว็บดัง แต่คนทำจะดับ..
   - เพิ่มงาน ทำงานก็เหนี่อยแล้วต้องมาสรุปรวบรวมข้อมูล ตกแต่งแก้ไขเว็บอีก
   - ซื้อกล้องถ่ายรูป กล้องราคาถูกถ่ายไม่ดี ต้องราคาแพงจึงถ่ายรูปสวย ออกงานใหญ่ไม่อายเขา
   - นั่งทำงานหน้าคอมฯ ปวดตา ปวดหัว ไม่ได้ตังค์ แต่คนออกทำงานได้เบี้ยเลี้ยง ได้ตังค์
   - ต้องรับผิดชอบสำรองข้อมูลทุกเดือน เว็บมีปัญหาก็ต้องรีบแก้ไข
   - งานเว็บ เบียดเบียนงานประจำ (เลยต้องเอาเว็บฯไปทำที่บ้าน เบียดเบียนครอบครัวแทน..)
        งานเว็บ(สารสนเทศ)ก็คือการแก้ปัญหาด้านงานเอกสาร ทำให้งานประจำง่ายขึ้น 
        สำหรับสำนักงานภูมิภาค ต่างสาขา ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และบันทึกข้อมูลการทำงานลง Server
        คนไม่เปิดใจ..อ้างว่าไม่ใช่งาน ไม่ใช่ประโยชน์ มันก่อความยุ่งยาก... เราต้องปล่อยเขาไป
        ผมเลยไม่คุยด้วย..และไม่คุยด้วยทุกเรื่องจริงๆ..คือปล่อย(ให้)เขลา ต่อไป... 

   - ต่ออินเตอร์เน็ต เสียค่า ADSL (ทำงานที่บ้านและเพื่อความคล่องตัว..)
   - เสียค่าอุปกรณ์ HUB , สาย LAN , Wireless และค่าฮาร์ดดิสก์สำรองข้อมูล
   - พอทำได้ทุกอย่าง คล่องตัว อะไรๆก็มาลงที่เรา สั่งเป็นก๋วยเตี๋ยว งานที่ยากๆ งานที่เร่งๆ เราจะได้ทำ
   - ทั้งงานเอกสาร รวบรวมรายงาน สรุปงาน ทำบรรยาย มีรูปภาพ ค้นหาข้อมูล ทำสื่อนำเสนอ จะเริ่มเข้ามาโดยไม่รู้ตัว 
   - สุดท้าย พอเด่นจะเป็นภัย ถูกตำหนิว่า..ไม่ใช่งานในหน้าที่ ไม่สำคัญ ไม่จำเป็น (แล้วให้ตูทำตั้งแต่แรกทำไมล่ะ..)
 
คิดให้ดี..ก่อนตัดสินใจทำ...ถ้าทำแล้วมีความสุข มีความรู้พัฒนาตัวเอง สะดวกแก่ตนเอง อย่าแคร์ใคร เชิญทำ...





ช่องนี้เว้นไว้สำหรับ อัพโหลดเว็บไซต์สำเร็จรูป เผื่อสถานีฯที่ต้องการนำไปใช้ชั่วคราว..




ขั้นที่สอง โฮสต์และโดเมนเนม ( รวบเป็นหัวข้อเดียวกันซะเลย )

โฮสต์ (Host), โฮสติ้ง(Hosting) หรือเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting)
    คือผู้ให้บริการเนื้อที่สำหรับฝากเก็บไฟล์โฮมเพจ,เว็บเพจ,เว็บไซต์,ไฟล์เอกสาร,ไฟล์รูปภาพ ฯลฯ เหมือนคอมพิวเตอร์ของเรา แต่เหมาะสำหรับใช้ในการแสดงหน้าเว็บไซต์ผ่านอินเตอร์เน็ต เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ในโฮสต์จะประกอบไปด้วยระบบปฏิบัติการ Server , ให้บริการชุดคำสั่ง PHP, ให้ใช้งานฐานข้อมูล SQL, FTP, Mail Server ฯลฯ

ระหว่าง Windows Hosting และ Linux Hosting จะเลือกใช้อย่างไร
      รูปแบบของระบบปฏิบัติการ(Operating System Platform) ที่ตัว Host ใช้งาน จะมีอยู่ 2 ระบบปฏิบัติการใหญ่ๆ ที่ใช้งานคือ Windows Hosting หรือ Linux Hosting

  - โฮสต์ที่ใช้ Windows เป็นระบบปฏิบัติการ ซึ่งก็หมายความว่า ภาษาที่ใช้งานก็จะเป็น ASP หรือ ASP.Net และ PHP ได้

  - โฮสต์ที่ใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการ ภาษาที่ใช้งานก็จะเป็น PHP ( แต่ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการและภาษา PHP ต้นทุนต่ำ )

      ถ้าเว็บไซต์ของท่านเขียนด้วย html อย่างเดียว สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ระบบ แต่ขอแนะนำให้ใช้เป็น Linux เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

      Host ที่มีราคาแพง ก็ใช่ว่าจะมีประสิทธิภาพและบริการที่ดีเสมอไป ในการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจ Host คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อบริการที่ดีกว่า คำว่า “ของดีราคาถูก” ยังมีอยู่ให้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน
 
โฮสต์ที่ดี ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
   - โฮสต์นั้นต้องไม่ล่มบ่อย เปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ควรที่จะ Uptime 99.99% 
   - โฮสต์นั้นต้องมีระบบป้องกันไวรัสและสแปม ควรได้ผลอย่างต่ำ 90% 
   - โฮสต์นั้นต้องมี ระบบสำรองข้อมูล อย่างต่ำควรสำรองข้อมูลสัปดาห์ละครั้ง 
   - โฮสต์นั้นต้องเปิดเว็บได้รวดเร็ว ไม่โหลดข้อมูลนาน มี Traffic Bandwidth มาก
   - โฮสต์นั้นต้องน่าเชื่อถือ ควรเป็นบริษัท ที่เปิดมานาน มีฐานลูกค้าที่มีเชื่อเสียงเยอะพอสมควร





แนะนำโฮสต์ฟรี พื้นที่ 10GB (ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่เห็นว่าของเขาราคาถูก)

ใช้พื้นที่โฮสต์ฟรี 10GB ที่ www.csbox.com
สมัครเข้าใช้งานได้ที่ http://www.csbox.com/support/cart.php
คู่มือแนะนำการสมัคร http://www.csbox.com/support/knowledgebase.php?action=displayarticle&id=18
ท่านต้องจดทะเบียนโดเมนเนมกับเว็บไซต์นี้ในราคา 489 บาท/ปี จึงจะได้พื้นที่โฮสต์ฟรี

   สมัยก่อน ปี พ.ศ.2545 เคยเช่าโฮสต์ มีราคาแพง เพราะเว็บไซต์เพิ่งเริ่มนิยม ขนาดพื้นที่แค่ 20MB ราคา 450 บาทต่อเดือน จดทะเบียนโดเมนเนมอีก 650 บาทต่อปี ( รวม 6,050 บาท/ปี ) พื้นที่ได้น้อยแล้วราคาแพง เบิกเงินคืนก็ไม่ได้ เขาออกเงินให้ก็โดนทวงบุญคุณ ว่าเราไม่ตั้งใจทำ ไม่ทำตามความคิดเขา (ผมทำงานมาเอง เจอปัญหา แล้วมาแก้ปัญหาได้ ผลงานเป็นของคนอื่น คุยว่าผมไปลอกเขามา..เข็ดจริงๆ..ต่อไปจึงพยายามไม่พึ่งจมูกคนอื่นหายใจ..เลือกคบแต่บัณฑิต..พี่ไชยะ สอนไว้) แต่สมัยนี้ราคาถูกมากๆๆๆ จ่ายเงินแค่ 489 บาท ได้พื้นที่ 10GB มีพื้นที่เหลือเฟือ ผมทำเว็บมา 9 ปี ใช้เนื้อที่ไม่ถึง 1GB ( มีเว็บ DTV, Radio และ Northern อยู่ด้วยกัน) แต่ผมไม่ได้เช่าที่นี่นะ ใช้พื้นที่ อสมท และคุณอุดมศักดิ์ ชูฤทธิ์(ผู้จัดการส่วนคอมพิวเตอร์และเครือข่ายเว็บไซต์) จ่ายค่าโดเมนเนมให้ ก็เลยต้องบริการทำให้ ทดแทนความกรุณามาตั้งแต่ ปี 2548 ที่หาพื้นที่และจดโดเมนเนมให้เว็บศูนย์วิศวกรรมภาคเหนือ โดยมีคุณไชยะ ทรงทวีสิน(ผู้จัดการศูนย์ฯเหนือ) และคุณศักดิ์สิทธิ์ ชัยพงษ์(วิศวกร) ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ แล้วผมมาสานต่อ (เป็นคนดีๆในทีมงาน DTV ด้วย ถือคติ..บุญคุณต้องทดแทน หนี้แค้นต้องชำระ..) ดูรูปบุคลากรที่นี่ http://dtv.mcot.net/person.php

    อยากไปเสียเงิน จดโดเมนเนมเอง ที่เว็บนี้เหมือนกัน เพราะเขามีบริการดูแลอย่างดี อยากให้เขามาช่วยดูแล(เว็บไซต์) ไม่อยากดูแลใคร ( ขาดคนเข้าใจ จึงอยากมีคนดูแล.. รับสมัคร สาวหน้าตาดี มีมารยา แต่ไม่มีอายุ(มาก) เน้นขาว-สวย-หมวย-อวบ นอนดึก รับผิดชอบหนี้สินร่วมกัน ไม่ขี้ระแวงเวลาไม่กลับบ้าน ไม่เลี้ยงเป็ด ถึงแม้ไม่ค่อยเคารพพ่อแม่เรา แต่เคารพเพื่อนๆในวงเหล้า ไม่ต้องหาเงินเก่ง...เพราะผมชอบซ่อนเงินไว้ตามที่ต่างๆในบ้าน )





จดทะเบียนโดเมนเนมไปด้วยพร้อมๆกัน (ตามรูป)
 
     ผมแนะนำผู้ที่ต้องการทำหน้าเว็บเพจ ให้จดทะเบียนโดมเมนเนมเป็นรายปี เสียค่าใช้จ่ายแค่ 489 บาทต่อปีเท่านั้น แถมได้พื้นที่โฮสต์ฟรีอีกต่างหาก แต่ก็ยึกๆยักๆไม่กล้าเสียเงิน การจดทะเบียนโดเมนเนม เราจะได้ชื่อ URL เป็นของเราเอง และเป็นชื่อหลักของเว็บไซต์เรา จดจำง่าย คนที่ท่องอินเตอร์เน็ต จะได้รู้ชื่อเว็บไซต์ เข้ามาเยี่ยมชมเว็บเพจของเราได้สะดวก ชื่อโดเมนเนมจึงมีความสำคัญมาก ยังไงเราก็ต้องจดทะเบียน ถึงแม้ไปฝากหน้าเว็บไว้กับที่อื่นก็ไม่สะดวกในการเรียกชื่อ URL เพื่อเปิดหน้าเว็บเพจ ของทุกอย่างต้องมีการลงทุน แต่ที่แนะนำมานี้คือการลงทุนเพียงเล็กน้อย...(คนที่ไม่เห็นความสำคัญ จึงไม่รู้ว่าคนที่ตั้งใจทำ มีความคิดก้าวหน้า ประยุกต์การทำงาน กล้าคิดกล้าทำ แก้ปัญหาในการทำงาน เขาต้องลงทุนลงแรงมาเท่าไรแล้ว...)
 
    ต้องลงทุนจ่ายเงินค่าจดโดเมนเนม มีแต่เสียกับเสีย...อิ อิ
    1. เสียเงิน ( แสดงถึงความมีใจ ต้องกล้าลงทุน กล้าคิด กล้าทำ จริงจัง )
    2. เสียดาย ( เพราะถ้าไม่ตั้งใจทำ ก็จะเสียเงินไปฟรีๆเมื่อลงทุนไปแล้ว..ต้องทำให้ได้..)
    3. เสียแรง ( จะต้องเหนื่อย ต้องคิด ทำเว็บ ดูแล แก้ไข ศึกษาหาข้อมูล นอนดึก ฯลฯ)
    4. เสียความรู้สึก ( เมื่อมีคนมาดูถูก ไม่รู้ ไม่เห็นค่าที่เราลงทุนลงแรงไปแล้ว เราจะได้รู้จักคนมากขึ้น..เอามาเป็นแรงผลักดัน)
 
    ถ้าท่านทำเอกสารรายงาน สรุปรายงาน เก็บเอกสารมาตลอดปี ตลอดอายุงาน ท่านทำให้เขาได้ แค่ทำเว็บ(ก็คือสรุปรายงานและเก็บไฟล์เช่นกัน..) ทำเป็นที่เก็บประวัติการทำงานของตัวเอง แต่ทำไม่ได้ ไม่กล้าลงทุน เสียความรู้สึกมากกว่า เพราะไปพึ่งแต่คนอื่น (ไม่รู้จักตัวเอง..) กล้าที่จะไว้ใจคนอื่น(คิดว่าเขาจะเข้าใจ) แต่ไม่กล้าไว้ใจตัวเอง..

ถ้ารอพึ่งคนอื่นมาออกเงินให้ ผมไม่แนะนำ.. เกิดปัญหา ท้อแท้ แล้วไม่ต้องมาปรึกษากันนะครับ..





ตัวอย่างการจดทะเบียนโดเมนเนมและโฮสต์ฟรี ( สรุปผลตามรูป ไม่ต้องเขียนให้เมื่อย.. )




1. กรอกรายละเอียด ในช่องข้อมูลส่วนตัว (ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ไม่เช่นนั้น จะไม่สามารถทำการจดโดเมนเนมได้)
2. อ่าน ข้อตกลงการใช้บริการ และติ๊กเครื่องหมายถูก หน้าช่อง "ฉันอ่านและยอมรับ ข้อตกลงการใช้บริการ"
3. กดปุ่ม "Complete Order" เพื่อยินยันคำสั่งซื้อ และอีเมล์ยืนยันคำสั่งซื้อ โดเมนเนม
4. หลังจากที่คุณได้ทำการชำระเงินค่าจดโดเมนใหม่ หรือย้ายโดเมน แล้ว ให้เข้ามาแจ้งการโอนเงิน ผ่านระบบออนไลน์
5. ทีมงานจะใช้เวลาตรวจสอบบัญชี และลงทะเบียนโฮสติ้ง พร้อมโดเมนเนมให้คุณ ภายในเวลาไม่เกิน 2-4 ชั่วโมง



สอนการทำเว็บเพจ ด้วย Dremweaver บน YouTube
 

เรียนรู้การออกแบบเว็บเบื้องต้น (ตอนที่ 1)




จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น