ชื่อผู้แจ้ง : ชื้อผู้แจ้งข่าว admin     สถานีฯ admin      เวลาที่แจ้งข่าว แจ้งวันที่ : 22 มิถุนายน 2554 เวลา 21:33:53      ถูกเปิดอ่านแล้ว 79893 ครั้ง  79893 / 0 ครั้ง   ลดขนาดตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร 
ประเภท : [ บทความ ]      คอมพิวเตอร์      ฮาร์ดแวร์      ไบออส
ชื่อเรื่อง : แก้ปัญหาการลงวินโดว์ XP ไม่ได้ บน Mainboard หรือ Notebook รุ่นใหม่ๆ ที่มี AHCI


     ซื้อคอมพิวเตอร์ หรือ Notebook มารุ่นใหม่ๆ ที่อาจติดตั้งวินโดว์ Vista หรือ Seven มาด้วย แต่อยากเปลี่ยนเป็นวินโดว์ XP เพราะเคยใช้งานกับซอฟแวร์รุ่นเก่าๆ รองรับเกมส์รุ่นเก่าๆ  ข้อมูลโปรแกรมเก่าๆ ใช้งานไม่ได้กับวินโดว์รุ่นใหม่ๆ ( อะไรๆก็เก่า แต่คนใช้งานคนนี้ยังไม่เก่าเก็บ ) เลยต้องติดตั้งโปรแกรม Windows XP ใช้งานแทน
 
      แต่...ขณะกำลังใช้แผ่น CD Setup Windows XP ติดตั้งวินโดว์ ช่วงระหว่าง Setup is starting Windows.... ยังไม่ถึงขั้นตอนการ Format หรือเลือกไดร์ฟสำหรับติดตั้ง ก็เกิดอาการ Blue Screen Of Dead ขึ้นมาเฉยๆ ทั้งๆที่แผ่น CD Setup Windows XP ก็เคยใช้ติดตั้ง Windows มาแล้วหลายเครื่อง และใช้งานได้กับฮาร์ดดิสก์และ CD-Rom แบบ IDE และ SATA และไบออสก็มองเห็นฮาร์ดดิสก์แบบ SATA ตามปกติ แต่พยายามติดตั้งวินโดว์ XP หลายๆครั้งเท่าไรก็ไม่ผ่าน
 
( เรามองข้ามอุปกรณ์ Hardware ที่อาจมีปัญหาไปก่อน เพราะแน่ใจได้ว่าซื้อมาใหม่ๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นใช้งานกับวินโดว์ Vista หรือ Seven ได้ตามปกติ จึงไม่น่ามีปัญหา...)





สรุปปัญหา คือ
- เกิดปัญหากับ Mainboard รุ่นใหม่ๆ ที่ต้องการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows XP
- เกิดปัญหากับการเลือกใช้งานฮาร์ดดิสก์ ที่ต่อแบบ SATA หรือ IDE
 
การแก้ปัญหา
    คือการตั้งค่า Bios ที่มีตัวเลือกโหมดระบบ AHCI ให้เปลี่ยนเป็นโหมด IDE ก่อน ( ไม่ว่าฮาร์ดดิสก์คุณจะเป็นแบบ IDE หรือ SATA ก็ตาม ) จึงจะติดตั้ง Windows XP ได้  วิธีนี้ติดตั้ง Windows XP ในโหมด IDE ไปแล้ว ภายหลังจะมาปรับค่า Bios เป็นโหมด AHCI ไม่ได้อีก เพราะอาจเกิดอาการบูลสกรีน ( Blue Screen Of Dead : BSOD ) หรือไม่บูท Windows XP และการติดตั้ง Driver ของอุปกรณ์ต่างๆ จากแผ่นซีดีอาจไม่รองรับกับวินโดว์ XP ( เพราะใช้สำหรับวินโดว์ 64bits ) ต้องโหลดมาติดตั้งเองสำหรับอุปกรณ์เป็นอย่างๆไป แต่ก็คงไม่ยากสำหรับช่างที่สอดรู้สอดเห็น อยากรู้ อยากลอง อย่างเรา....
 
 
ข้อควรจำ
- ระบบ AHCI จะใช้ได้กับฮาร์ดดิสก์ ที่เป็นแบบ SATA ที่ต่อกับ Mainboard เท่านั้น ( ใช้ไม่ได้กับ External หรือ USB)

- เครื่อง PC รุ่นใหม่ๆ ที่อยากลง XP ควรเปิดเป็นโหมด IDE โดยเฉพาะยี่ห้อ HP, DELL และ Toshiba บางรุ่น

- ติดตั้ง Windows XP ในโหมด IDE ไปแล้ว ภายหลังมาปรับค่า Bios เป็นโหมด AHCI จะไม่บูท Windows XP

- วันดีคืนดี แล้ว Windows XP บูทไม่ขึ้น กรณีนี้เกิดขึ้นได้เองหาก Battery Backup ของ Bios หมด แล้วอาจถูกเปลี่ยนไปเป็นโหมด AHCI อัตโนมัติ แล้วเราอาจหลงคิดว่า Windows XP มีปัญหา ( จะงง..ตรวจสอบระบบวินโดว์..อยู่พักใหญ่ )





เปลี่ยนเป็นโหมด IDE ก่อน จึงจะติดตั้ง Windows XP ได้
 
 
AHCI = Advanced Host Controller Interface
      เป็น Feature หนึ่งของ SATA (Serial ATA) ซึ่งโดยหลักการ*** (อ่านไปให้ถึงข้างล่าง) แล้วจะทำให้ harddisk สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
      Windows ตั้งแต่ Vista และ Seven ขึ้นไปมี Driver AHCI ใส่รวมมาให้เรียบร้อยแล้ว ส่วน XP สามารถใช้งาน AHCI ได้เหมือนกัน ตาม 2 วิธีนี้
 
1. Mode IDE
    คือให้ AHCI แกล้งทำตัวเป็น IDE ธรรมดาแบบที่ set ไปด้านบน ข้อดีคือทำง่าย ไม่ต้องหา driver ข้อเสียก็คือจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก Feature ของ AHCI
 
2. Mode AHCI
    ทำได้ด้วยการใส่ driver เข้าไปตอนลง XP แบ่งเป็น 2 วิธี
 
    2.1 ใช้ driver จากแผ่น Floppy
           วิธีก็เหมือนจะง่ายๆ ไปหา driver มา เอาใส่ Floppy ไว้ ตอนจะลง XP ก็กด F6 ให้โหลด driver ขึ้นมาจากแผ่น วิธีการเอาใส่แผ่นขอไม่เขียนถึงเพราะยังไม่ได้ลองเอง ปัญหาของวิธีนี้ก็คือ เครื่องรุ่นใหม่ที่มันมี SATA แล้วเนี่ย จะให้ไปหา Floppy Disk Drive มาจากไหนกันคะคุณท่าน Microsoft วิธีนี้จึงตกไป
 
   2.2  ทำแผ่น XP ใหม่ เอา driver ใส่เข้าไปเลย (ทำ slipstream)
            ก็ต้องใช้ความสามารถนิดนึง ไม่เคยทำเหมือนกันเลยอธิบายไม่ได้มากนัก แต่หาโหลดแผ่นที่มีคนทำไว้แล้วได้ตามบิต
 
แล้วเราควรจะใช้วิธีไหนดีล่ะ?
*** บางบทความกล่าวว่าการใช้ AHCI ไม่ได้ทำให้เครื่องมี Performance มากขึ้นจนสังเกตเห็นได้ (แปลว่าได้แค่นิดนึง ไม่รู้สึกหรอก)
และในกรณีที่ใช้งานกับ software บางตัวจะทำให้ทำงานช้าลงอีกด้วย...เป็นซะงั้น เพราะยังงี้จึงแนะนำว่าถ้าไม่มีแผ่น XP ที่มี driver AHCI ใส่มาให้ ก็ใช้ Mode IDE ไปเลย เพราะการทำให้ได้ Performance ของ HDD อาจไม่คุ้มค่าอะไรมากมาย ปวดหัวเปล่าๆ
 





AHCI คืออะไร
 
AHCI (Advanced Host Controller Interface)
      อธิบายง่ายๆ ก็คือ เป็นวงจรควบคุม Serial ATA ทางฮาร์ดแวร์ เพื่อให้ทำงานได้ตามมาตรฐาน SATA เช่น Hot Plug หรือโหมด NCQ
 
NCQ (Native Command Queuing)
      อธิบายง่ายๆ ก็ช่วยให้ฮาร์ดดิสก์อ่านข้อมูลแบบไม่ต้องเรียงลำดับ 1 2 3 อันไหนใกล้หัวอ่านก็อ่านข้อมูลมาก่อนได้เลย
 
      ข้อดีของ AHCI ก็คือสามารถเรียกใช้ประโยชน์จาก NCQ ที่มีอยู่ใน HDD รุ่นใหม่ๆ แบบ SATA ซึ่งระบบ NCQ จะทำให้อ่านข้อมูลจาก HDD แบบ SATA ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ( ทั้งๆที่แบบ SATA ส่งผ่านข้อมูลได้เร็วกว่า IDE แต่ SATA-NCQ ส่งผ่านข้อมูลได้เร็วกว่า SATA ธรรมดาอีก ) 
 
       แต่หลายๆท่านมักคิดว่า HDD ที่มี NCQ อยู่แล้ว ก็สามารถใช้ NCQ ได้ทันที ทั้งที่ในความจริงแล้ว เป็นความคิดที่ผิด เพราะการจะใช้งาน NCQ ใน HDD ได้นั้น จำเป็นต้องติดตั้งวินโดวส์ในรูปแบบ AHCI, RAID (รุ่นใหม่) เท่านั้น

      และสำหรับ วินโดวส์ ที่โมดิฟายมานั้นจะมีไดว์เวอร์รวมมิตร ไม่สามารถใช้งานในรูปแบบ AHCI ได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึง ไม่สามารถใช้งาน NCQ ได้ด้วย ถึงแม้ว่า ในการติดตั้งจะติดตั้งในรูปแบบ AHCI ในการโหลดไดว์เวอร์ระหว่างการติดตั้ง XP นั้น หารู้ไม่ว่า XP กำลังโหลดไดว์เวอร์ IDE as AHCI (AHCI Comparable) คือ IDE ที่ทำงานเหมือน AHCI และถึงแม้จะใช้โปรแกรมตรวจสอบการทำงานรูปแบบของ HDD และแสดงให้เห็นว่ากำลังใช้ AHCI จริง แต่จริง ๆ  แล้ว ก็ยังเป็นการทำงานแบบ AHCI comparable อยู่ดี
 
หมายเหตุ :
Comparable หมายถึง เทียบเท่า หรือพอใช้ได้ (ไม่สมบูรณ์แบบ)
Compatible  หมายถึง เข้ากันได้ (สมบูรณ์แบบ)
 
 
มาต่อความรู้กับอีกสักเล็กน้อย กับ NCQ อธิบายความเข้าใจแบบบ้านๆ
 
ปรกติแล้ว การอ่านข้อมูลภายใน HDD ทั่วไป ก็เหมือนกับการนับเลข 0 (ศูนย์) ถึง 9 (เก้า) จับเรียงข้อมูลกันไป 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9
 
ถ้ามีการจับความเร็ว ในการเก็บข้อมูล จาก เลข 0 (ศูนย์) ถึง 9 (เก้า) ให้ได้เร็วที่สุด
 
ด้วย HDD ทั่วไป แบบที่ไม่มี NCQ
 
มีการจัดเรียงตัวเลขวางไว้แบบนี้ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ( แบบเรียงลำดับ )
 
เราก็จะวิ่งเก็บทีละตัวเลข จาก 0 จนถึงเลข 9 ภายใน 10 วินาที (สมมติว่า เก็บตัวเลขได้วินาทีละหนึ่งตัว)
 
 
แล้วถ้าหากว่า มีการเรียงเลขแบบนี้ 0 2 4 6 8 1 3 5 7 9 ( แบบไม่เรียงลำดับ )

ในครั้งแรก   จะเก็บข้อมูลหมายเลข 0 (ใช้เวลา 1 วินาที)
 
ในครั้งที่สอง จะเก็บข้อมูลหมายเลข 1 จะต้องข้ามหมายเลข 2 4 6 8 ไป จึงจะไปเก็บเลข 1 ได้ (ใช้เวลา 5 วินาที)
 
ในครั้งที่สาม จะเก็บข้อมูลหมายเลข 2 จะต้องย้อนหมายเลข 8 6 4 กลับมา จึงจะไปเก็บเลข 2 ได้ (ใช้เวลา 4 วินาที)
 
ในครั้งที่สี่     จะเก็บข้อมูลหมายเลข 3 จะต้องข้ามหมายเลข 4 6 8 1 ไปอีก จึงจะไปเก็บเลข 3 ได้ (ใช้เวลา 5 วินาที)
 
เมื่อคิดคร่าวๆ กว่าจะเก็บข้อมูลไปจนถึงหมายเลข 9 ต้องใช้เวลานานถึง 42 วินาที
 
 
แล้วถ้าเราใช้ HDD แบบมี NCQ
ก็หมายความว่า เราไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลเรียงลำดับตัวเลขอีกแล้ว

ถ้ามีการเรียงข้อมูลตัวเลขแบบนี้ 0 2 4 6 8 1 3 5 7 9

เราก็ใช้เวลาแค่ 10 วินาที ในการเก็บข้อมูล โดยเรียงลำดับจาก 0 และ 2 4 6 8 1 3 5 7 ไปจนถึงข้อมูลหมายเลข 9
และเก็บข้อมูลมาเข้าประมวลผลเพื่อเรียงลำดับใหม่เป็น 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9
 
แต่... มีข้อแม้ว่า HDD ที่มี NCQ นั้น ก็จะต้องใช้รูปแบบ SATA ในโหมด AHCI เท่านั้น
ก็เหมือนกับว่า เราก็จะต้องใช้อุปกรณ์บางอย่าง ที่สนับสนุนการทำงานในการเก็บข้อมูลแบบไม่เรียงตัวเลข แบบนี้





     AHCI mode หรือ Legacy เป็น mode การเชื่อมต่อ Hard Drive แบบ SATA ให้ทำงานเต็มที่ โดยต้องใช้ OS ที่มี Driver มาด้วยซึ่งได้แก่ Linux รุ่นใหม่ ๆ และ Windows Vista ส่วน Windows XP ต้องใช้ Driver ตอนติดตั้งหรือปรับเป็น Compatibility mode ใน BIOS ก่อนทำการติดตั้งเพราะ Windows XP ไม่มี Driver ของ SATA Controller เพื่อเชื่อมต่อไปยัง Hard Drive SATA
 
ในเรื่องของ Harddisk SATA ที่เราใช้งานอยู่ 
ใน Bios (เมนบอร์ด GA MA770-DS3) จะมี การทำงานของ SATA อยู่ 3 แบบ คือ

   1.SATA----> Native IDE
   2.SATA----> Legacy IDE
   3.SATA----> AHCI
 
      ผมก็เลยสงสัย  มันต่างกันยังไง  อย่างไหนมันดีกว่า  ใช้มาตั้งนาน ด่า Default ของเมนบอร์ด มันก็ตั้งไว้ที่ Native IDE เลยไม่เคยสนใจอะไร เพราะก่อหน้านี้ Bios ดั้งเดิมจะไม่มีโหมด AHCI จนผมมา แฟลช Bios เป็น เวอร์ชั่นล่าสุด ถึงจะมี เลยสงสัย ค้นหาข้อมูลอยู่พักนึง  เลยเจอมาจากเวป Overclock Zone ของท่าน taotoon เลย เอามาฝาก ครับ  เผื่อไว้สำหรับคนที่ขี้สงสัยอย่างผม   ขออนุญาติ นำมาลงนะครับ
 
อธิบายความเข้าใจโหมด 3 อย่างของ SATA และการต่อช่องให้ถูก ระวังสับสน
 
"DVD SATA ที่ต่อโหมด RAID or AHCI จะบูท DOS98 ไม่ได้"
 
ทำความเข้าใจกันก่อน
คำว่า IDE ย่อมาจาก Integrated Drive Electronics ความหมายที่ถูกต้องคือ drive ที่มี controller รวมอยู่ในตัวเอง
 
ประเภทของ controllers
    1. PATA (เดิมทีเรียกว่า IDE และ EIDE)
    2. SATA
 
ประเภทของ interfaces
    1. ATA-1, ATA เรียกผิดว่า IDE
    2. ATA-2, Fast ATA, Ultra ATA เรียกผิดว่า EIDE
    3. ATA-3
    4. ATA-4, ATA/ATAPI-4, Ultra ATA/33
    5. ATA-5, ATA/ATAPI-5, Ultra ATA/66
    6. ATA-6, ATA/ATAPI-6, Ultra ATA/100
    7. ATA-7, ATA/ATAPI-7, Ultra ATA/133
    8. AHCI
    9. RAID
   
ประเภทของ transfer modes
  1. PIO ได้แก่ 0, 1, 2, 3, 4
  2. Ultra DMA ได้แก่ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6
  3. SATA ได้แก่ 1, 2
 
Intel SATA นั้นจะแบ่งเป็น 3 โหมด (interfaces)
  1. RAID - ยอดเยี่ยมพิศดาร จะใช้ได้ทั้ง RAID และ AHCI โหมดพร้อมๆกัน
  2. AHCI - รองรับ NCQ และ hot plug
  3. IDE - คำนี้แท้จริงแล้วคือการจำลอง interface เป็น ATA และก็ควรเรียกว่า ATA ไม่ควรเรียก IDE หรือ PATA แบ่งออกเป็นอีก 2 แบบ
              - Native IDE ใช้ IRQ 32 (OpenPIC IRQ 16) ดีกว่าแบบดั้งเดิม
              - Legacy IDE ใช้ IRQ 14 และ 15 และจะเรียกว่า Compatibility โหมดหรือแบบดั้งเดิม
 
จะเห็นว่าถ้าตั้งค่าใดค่าหนึ่งแล้วก็จะเป็นโหมดเดียวกันทุกช่อง ทางผู้ผลิตจึงได้ใส่ชิพ JMicron SATA เพื่มมาอีกตัวให้เลือกใช้และจะมีช่อง PATA แบบเก่าแถมให้อีก 1 ช่อง
 
JMicron SATA จะมี 3 โหมดเหมือนกัน
  1. RAID ไม่แน่ใจว่าใช้ AHCI ได้พร้อมกันหรือไม่
  2. AHCI
  3. IDE จะเป็นชนิด Legacy IDE (Compatibility) เท่านั้น
 
ข้อสังเกต
- ถ้า Built RAID ใช้แล้ว แต่อยากจะใช้โหมด Legacy IDE (Compatibility) กับ DVD SATA ก็ต้องไปเสียบกับ JMicron SATA เท่านั้น
- RAID และ AHCI โหมดจะใช้ driver ตัวเดียวกันเพียงตัวเดียว
- IDE โหมดจะใช้ driver ดั้งเดิม
 
 

สิ่งที่คนเข้าใจผิด
 
      SATA ก็คือ controller อาจหมายถึงขั้วต่อก็ได้ ถ้ามีขั้วต่อแบบนี้จะใช้โหมด AHCI ได้แน่นอน ดังนั้น DVD SATA ควรจะรันที่โหมด AHCI และให้เสียบที่ Intel ทั้ง hard drive และ DVD จะได้รันเร็วอย่างจรวด
 
       แต่ถ้าคิดว่าจะใช้กับ DOS บ่อยๆ ก็ให้เสียบ DVD ที่ JMicron ในสภาวะปกติให้ตั้งโหมด AHCI (เสียบที่ JMicron จะเปลือง driver เพิ่มมา 1 อัน) แต่ถ้าต้องการบูทแผ่นเก่าๆก็ให้ตั้งโหมด IDE
 
       สำหรับ Harddisk ที่ลง Windows XP อย่าไปเลือกโหมด IDE เชียวนะครับ ถ้ามาเปลี่ยนทีหลังจะมีปัญหาได้ บางคนจอฟ้า บางคน Detect ระบบ AHCI ไม่เจอ
 
ถ้าจะลง Windows XP แบบ AHCI มี 3 ประการที่ควรทำความเข้าใจ
1. Hard drive เสียบที่ Intel และตั้งโหมดเป็น RAID หรือ AHCI
2. ต้องเสียบ DVD ที่ JMicron และตั้งโหมดเป็น IDE เพื่อให้บูทจากแผ่นได้
3. แล้วแผ่น Windows XP จะต้องมี driver RAID/AHCI รวมอยู่ด้วย เพื่อให้ Windows XP มองเห็น Harddisk





      ทดสอบมาแล้วกับ PC รุ่นใหม่ ที่ใช้งานตามสถานีฯ จะใช้ลงโปรแกรมบันทึกภาพและ Streaming หรือวินโดว์7 ที่ติดมากับเครื่องเกิดปัญหา ก็เลยจะลง XP แทนเพราะแผ่น Setup Windows7 ไม่มี สถานีวิทยุนำมาให้ทำวิดีโอสตรีมมิ่ง ถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงนอกสถานที่ เครื่องที่ใช้งาน มีทั้งไวรัส วินโดว์มี Error เปิดเครื่องก็ช้า ชัตดาวน์ก็ค้าง ไดร์ฟเวอร์ก็ไม่ตรง ต่ออินเตอร์เน็ตก็ไม่ได้ ใช้งานกับโปรแกรมบันทึกเสียงรุ่นเก่าไม่ได้ เป็นวินโดว์ 7 ผ่านสมรภูมิมาอย่างสาหัส สารพัดปัญหา แก้ไขทั้งวันไม่เสถียร ตรวจสอบดูแล้วมีปัญหาที่ระบบ Software เลยตัดสินใจลงวินโดว์ใหม่




ถึงตอนที่ Setup is starting Windows





เกิดอาการ Blue Screen จริงๆ




 
ตอนบูตเครื่อง กด F10 (สำหรับยี่ห้อ HP) เข้าไปในไบออส Bios ปรับเป็น IDE ซะ





ลง Windows XP อีกครั้ง ผ่านฉลุย..
 
     มิได้ชักจูงให้มาเลือกใช้ Windows XP แต่ถ้าจำเป็นในกรณีฉุกเฉิน ต้องนำ PC และ Software มาใช้ทำงานอย่างเร่งด่วน และเพราะวินโดว์ XP มันทำงานคล่องตัวกว่า เร็วกว่า การทำงานไม่หน่วงเครื่อง ไม่เปลืองทรัพยากรของเครื่อง และรองรับการทำงานของโปรแกรมรุ่นเก่าๆ (32bits) ที่ยังมีประโยชน์อยู่ นำวิธีนี้ไปใช้ได้ครับ สำหรับคนที่ยังรัก XP อยู่.... ( ผมยังสอนลูกใช้ Windows ME, XP อยู่ อนาคตเขาจะไปเจอ Windows7 เอง.. )
 
เส้นทางชีวิตมีหลายทางเลือกก็จริง แต่สำหรับคนบางคน เลือกที่จะเดินบนเส้นทางสายเก่าที่คุ้นเคยและปลอดภัยกว่า หากมีเส้นทางใหม่ที่เราไม่รู้จัก มันคุ้มค่าไหม? ที่เราจะเสี่ยง? แล้วจะใช้สิ่งใดมาตัดสิน?...ว่าเส้นทางที่เราเลือก จะพาเราไปถึงเป้าหมายหรือไม่?...เพราะชีวิตเป็นของคุณ..คุณต้องเลือกเอง แต่จงจำไว้ว่า "เส้นทางเก่ามันจะพาคุณไปที่เดิมๆ และเส้นทางใหม่ก็อาจพาคุณไปเจออุปสรรคได้เช่นกัน"




ใครให้ติดตั้งวินโดว์ XP เครื่องมันเป็นวินโดว์ Vista และวินโดว์ 7 มันก็ดีอยู่แล้ว..!!

เครื่องคอมพิวเตอร์มันมีลิขสิทธิ์ มีโปรแกรมประจำเครื่อง มันรองรับอุปกรณ์ของมันเท่านั้น
 
ห้ามนำคอมพิวเตอร์ไปต่อสายเสียงกับเครื่องบันทึกเสียง(Mixer)..เดี๋ยวไวรัสจะเข้าเครื่อง..!!
 
ห้ามนำคอมพิวเตอร์ไปต่อสายแลน ห้ามต่ออินเตอร์เน็ต เดี๋ยวโดนไวรัส..
 
เวลาคอมพิวเตอร์ขัดข้องหรือค้าง ห้ามถอดปลั๊กไฟ ห้ามรีเซท เดี๋ยวข้อมูลสูญหาย..!!

เจอคำพูดแบบนี้อย่าตกใจ อย่าตื่นเต้น อย่าตื่นตูม
     มีเพื่อนพนักงานหลายคน หลายๆสถานีฯ อยากแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ อยากนำคอมพิวเตอร์(PC)มาใช้งานในด้านบันทึกเสียง บันทึกภาพ เก็บข้อมูล ต่อสัญญาณเสียงจัดรายการ, ทำระบบระบบเซริฟเวอร์เชื่อมเครือข่าย เชื่อมต่อรีโมท นำ PC ใช้งานให้เกิดประโยชน์ แต่ถูกตำหนิ กีดกัน โดนดูถูกว่าไม่มีความสามารถเพราะไม่ได้เรียนคอมพิวเตอร์มา ทำไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ จะเกิดความเสียหาย
 
     ผมเองก็ไม่ได้เรียนคอมพิวเตอร์มา ตอนเรียน ปวส. อิเล็กทรอนิกส์ เทอมสุดท้าย เรียนคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ภาษา C (ยังจำได้) ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาในสถานศึกษาใหม่ๆ ปี พ.ศ.2536 (ดังนั้นคนรุ่นก่อนเรา เขาคงไม่ได้เรียนแน่ๆ) เป็นแบบ DOS (จอภาพพื้นดำอักษรสีขาว) บูตด้วยแผ่น Floppy Disk ใครไม่มีแผ่นบูตหรือลืม หรือทำหาย จะเปิดเครื่อง PC ไม่ได้ ไปขออาจารย์ใหม่ต้องวิดพื้น 20 ครั้ง ผมโครต..ไม่ชอบวิชาคอมพิวเตอร์ เวลาจะใช้ PC ต้องพิมพ์ตัวอักษรใส่ลงไปโดยใช้แป้นพิมพ์ เพราะยังไม่มีเมาส์ ได้เกรด 1 เท่านั้นเอง แต่วิชาอื่นผมได้เกรด 3 - 4 ทั้งนั้น(ไม่ได้โม้) เรียนคอมฯมาแบบไม่รู้เรื่อง เลยไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์มันเกิดประโยชน์ตรงไหน เรียนจบสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้เรียนจบคอมพิวเตอร์มาโดยตรง
 
     เรียนจบมา ปี พ.ศ.2537 เข้าทำงานบริษัท ฟิลิปส์ เซมิคอมดัคเตอร์ (สาขาหลักสี่ กทม. ) ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมเครื่องจักร ก็เลยได้เรียนรู้กับระบบคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมสำเร็จรูป มีแป้นหมุนเลื่อนหาตำแหน่งของอุปกรณ์ และในเครื่องตรวจสอบคุณภาพ QC มีคอมพิวเตอร์ที่ใช้เมาส์ด้วย..!! (แสดงว่าในบริษัทที่มีคุณภาพ เขาใช้คอมพิวเตอร์สมัยใหม่กว่าสถานศึกษา เทคโนโลยีของเขาล้ำหน้าไปมากแล้ว) ผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องคอมพิวเตอร์สักเท่าไร (สนใจเรื่องสาวๆกับเรื่องเที่ยวมากกว่า) รู้เรื่อง PC แบบงูๆปลาๆ
 
     พ.ศ. 2539 ได้บรรจุเข้าทำงาน อสมท. แผนกซ่อมบำรุง สุโขทัย ศูนย์ฯวิศวกรรมภาคเหนือ ได้รับผิดชอบงานด้านตรวจสอบเอกสาร ทำเอกสารหักล้างค่าใช้จ่ายศูนย์ฯ สรุปรายงานไตรมาสของสถานีทุกเดือน และตรวจสอบรายการทัพย์สิน รายการเครื่องมืออุปกรณ์ สมัครเข้ามาตำแหน่งอิเล็กทรอนิกส์ แต่ทำไมให้เรามารับผิดชอบงานด้านเอกสาร?? (เจ้านายสั่งให้ทำ เราเป็นเด็กใหม่ เราก็เชื่อว่ามันคืองานในหน้าที่ เราก็ทำตามที่เขาสั่ง คิดว่าคือสิ่งที่ถูกต้อง ทำมา 13 ปี ตอนนี้เขามากลับคำพูดว่าไม่ใช่หน้าที่ ไม่มีประโยชน์ เป็นช่างฯเขาไม่ชำนาญด้านเอกสาร..! บัดนี้จึงเข้าใจว่า..ตูโดนหลอกใช้...เพราะมันเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำ) และเราต้องใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยครับ เป็นวินโดว์ 3.11 พิมพ์งานด้วยโปรแกรม เวิร์ดราชวิถี (RW), เวิร์ดจุฬา (CW) ของไทย (มีอยู่เครื่องเดียวในสถานีฯ ได้ความกรุณาของ พี่จรัญ อินเลื่อม ติดตั้งและดูแลให้ เป็นปรมาจารย์ด้านคอมพิวเตอร์ของสถานี TV สุโขทัย สมัยนั้น) แล้วผมก็ได้โปรแกรมวินโดว์ 97 มาลองติดตั้ง ได้ติดตั้งโปรแกรม Office 97 ได้ลองติดตั้งเครื่องพิมพ์ ใส่หมึกพิมพ์ ไดร์ฟเวอร์จอภาพ เสียง คาราโอเกะ เกมส์ เริ่มเขียนโปรแกรม Macro Excel และ Visual Basic ฯลฯ ได้ใช้โปรแกรม Excel บันทึกรายการทรัพย์สินลงในตารางข้อมูล(เริ่มชอบคอมพิวเตอร์มากขึ้นเพราะสะดวกในการทำเอกสารและบันทึกใส่ PC เก็บไว้ได้) เริ่มใช้โปรแกรม Excel ทำตารางคำนวณโอที(ผมมีโปรแกรมคำนวณล่วงเวลาแบบสมบูรณ์ แต่ยังไม่ได้เผยแพร่เพราะหมั่นใส้คน แกล้งมัน..อิอิ) ใช้โปรแกรมสรุปหักล้างค่าใช้จ่ายสถานีฯ (ตอนนี้ไม่ได้พัฒนาต่อแล้วเพราะไม่ใช่หน้าที่..จำคำที่เขาด่าเราไว้ มาตลอด..เพราะยังมีกิเลสอยู่ จึงไม่ลืมง่ายๆ)

     ปี 2540 ผมเคยพูดไว้ว่าไฟล์เสียงแบบ MP3 กำลังนิยม คอมพิวเตอร์มีบทบาทในการบันทึกเสียงและจัดรายการ การ์ดเสียงที่มีคุณภาพจะดีกว่าเทปและแผ่นเสียง (ตัวอย่างจากคาราโอเกะ) การ์ดเสียงสามารถนำเข้าสัญญาณเสียงเพื่อบันทึกเป็นไฟล์ MP3 และสามารถปรับ Bit Rate เพื่อให้มีคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นได้ แต่เขาบอกว่า MP3 เสียงไม่ใสไม่ไพเราะ คอมพิวเตอร์มันยุ่งยาก ต้องลงทุนสูง ผมก็เลยไม่ค้านเพราะคิดว่าเขาอาจมีประสบการณ์และมีเหตุผลมากกว่าเรา ( ถึงตอนนี้ผมคิดผิด..คิดว่าเขารู้กว่าเรา แต่ไม่ใช่.. ) ปัจจุบันสถานีวิทยุชุมชน เกิดขึ้นมากว่า 6,000 สถานีฯ เขาใช้ต้นทุนต่ำกว่า ใช้คอมพิวเตอร์มาอำนวยความสะดวก และได้รับความนิยมมากกว่าเรา ถึงแม้จะมาพูด(กลับคำ)ว่าเข้าใจคอมพิวเตอร์เข้าใจงานด้านเทคโนโลยีต่างๆ ผมก็ไม่เชื่อเสียแล้ว เป็นคนของเราเองไม่ช่วยนำพาเพื่อนๆ อสมท ไปให้ถูกทางตั้งแต่แรก แต่อยากไปช่วยบริษัทอื่นนอกหน่วยงานเรา..

      จน พ.ศ.2541 ย้ายไปปฏิบัติงาน แผนกซ่อมบำรุง ขอนแก่น เรียนต่อวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัย ขอนแก่น (สาขาที่เรียนสามารถเลือกจบได้ 3 สาขาคือ ไฟฟ้ากำลัง, ไฟฟ้าสื่อสาร และไฟฟ้าคอมพิวเตอร์ แต่ไฟฟ้าสื่อสารกับคอมฯต้องเรียนเพื่ม 1 ปี กับอีก 1 เทอม สาขาไฟฟ้ากำลังเรียนจบตามกำหนดก็จะได้ตามวุฒิเลย แค่เรียนไฟฟ้ากำลังอย่างเดียว กว่าจะเรียนจบ ก็จะตายอยู่แล้ว..) ที่ตั้งใจอยากเรียนจบไฟฟ้าสื่อสาร เพราะตรงกับหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ แต่เรียนต่อไม่ไหว(ทำงานไปด้วยและทุนก็น้อย) เลยขอจบแค่สาขาไฟฟ้ากำลัง ซึ่งก็ไม่ใช้สาขาคอมพิวเตอร์อีกนั่นแหละ

     เห็นไหมว่าผมก็ไม่ได้เรียนคอมพิวเตอร์มา  แต่ได้รับผิดชอบด้านเอกสาร จึงต้องมายุ่งเกี่ยวกับมัน..

     อยู่ที่แผนกซ่อมบำรุง ขอนแก่น ทำหน้าที่สรุปรายงานประจำเดือนอยู่(ยังมีศรัทธา..เชื่อที่เขาสั่งให้ทำ) มีหัวหน้ามาใหม่ ดีใจมาก คนใหม่คิดใหม่ เขาจะหาคนมาช่วย นำคอมพิวเตอร์มาช่วยแก้ปัญหาด้านเอกสาร เขาคงเข้าใจด้านเอกสาร (แต่คิดผิด)
    - เขาให้เริ่มใช้อีเมลรับส่งเอกสาร(ดีใจมากเพราะนำเทคโนโลยีมาใช้งาน จะสะดวกมากขึ้น)
    - ให้ทำตารางแบบฟอร์มรายงานส่งไปให้สถานีฯกรอก(ตื่นเต้นมาก..จะมีคนมาช่วยรวบรวมเอกสาร..!)
    - แล้วให้ศูนย์ฯเปิดอีเมลเข้าไปโหลด (มีที่รวบรวมเอกสารจะได้ง่ายขึ้น จะมีคนเข้าไปโหลด)
    - หาคนที่รู้เรื่องเอกสาร ชำนาญด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อนๆชี้มาที่เรา ( ดีใจ..เขาเห็นความสามารถของเรา)
 
    เดือนต่อมา...เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ เขียนตารางแบบฟอร์มในไฟล์ ส่งไฟล์ไปให้เรียบร้อย นึกว่าเสร็จงาน.....แต่
    - ไม่มีคอมพิวเตอร์ต่อเน็ต เราต้องติดตั้งเครื่อง PC ต่อระบบเครือข่ายให้เชื่อมถึงกัน
    - ให้เราไปสมัครอีเมล ให้ศูนย์ฯ และสถานีฯต่างๆ
    - ไม่มีคนเข้าไปดูในอีเมล ก็ให้เราเข้าอีเมลไปเปิดดูว่าใครส่งรายงานมาหรือยัง
    - โหลดไฟล์ไม่ได้ เพราะเน็ตฯสายโทรศัพท์ ยังไม่มี ADSL เราขับรถเข้าเมืองไปเช่าร้านเน็ตโหลดไฟล์
    - โหลดมาแล้วต้องพิมพ์เป็นเอกสาร เราต้องมานั่งพิมพ์ใส่กระดาษ ต้องต่อเครื่องพิมพ์ ใส่น้ำหมึก
       หัวหน้าอยากได้เอกสารเป็นกระดาษ ทำไมไม่ส่งเป็นไปรษณีย์เหมือนเดิม แล้วให้ส่งอีเมลทำเกลือ ?? 
    - รวบรวมผล..ใครก็ทำไม่เป็น(หรือไม่อยากทำ) เราต้องมานั่งรวบรวม คำนวณตัวเลขอีกเหมือนเดิม
    - และเราก็ต้องมาสรุปผลรวมเป็นเอกสารรายงาน 
    - ทุกเดือน..ก็คือเรามาเปิดดูอีเมล โหลด รวบรวม พิมพ์กระดาษ คำนวณผม สรุปรายงาน คนเดียวเหมือนเดิม

     แต่เพราะเราอยากทำให้คนอื่นสะดวก (ทั้งๆที่คนอื่นไม่สนใจ) จึงทำให้เราพัฒนาฝีมือและความชำนาญของเราด้านคอมพิเตอร์มากๆขึ้น ได้แก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตกำลังมีบทบาทมากขึ้น อนาคตจะมาแรง (ทั้งๆที่ใช้โมเด็ม 56k ช้าโครตๆ) จึงได้พัฒนาเว็บไซต์ เป็นช่องทางสื่อสาร แจ้งข่าว บทความ สรุปรายงานต่างๆ เพื่อให้พนักงานเข้ามากรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องส่งไฟล์ผ่านอีเมล ไม่ต้องโหลด ไม่ต้องมาคิดเลขบวกลบคูณหาร โปรแกรมจะคำนวณให้ทั้งหมด จึงนำคอมพิวเตอร์มาเก็บรวบรวมรายการทรัพย์สิน สรุปผลไตรมาสได้ทันที ค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้
 
       มาถึงตอนนี้ เปลี่ยนนาย เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ไม่ได้ให้ความสำคัญในการสรุปไตรมาส ผมก็หมดหน้าที่ และไม่อยากทำอีกแล้ว และจะไม่ขอรับผิดชอบทำรายงานเอกสารใดๆอีกต่อไป ไม่สรุปให้ใครอีก ถึงแม้มีโปรแกรมนี้อยู่ เพราะได้ทำสำเร็จให้แก่พี่ไชยะ ทรงทวีสิน (อดีตผู้จัดการศูนย์ฯเหนือ) ความฝันอันสูงสุดได้ทำสำเร็จแล้ว ใครมาตำหนิเรา..ก็สามารถโต้แย้งกลับไปได้(เพราะเรามีดีที่จะอวด ไม่ใช่อวดดี) ตอนนี้อยู่ที่ความพอใจจะทำหรือไม่ทำ หากมันไม่เกิดประโยชน์ต่อคนอื่นก็ขอให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง หากทำให้เขาแล้วยังไม่เห็นค่าและไม่มีประโยชน์กับเรา ก็จะไม่ทำ..!! (เพราะถูกหลอกลวงมาเยอะ..หลอกให้เราทำ แล้วมาด่าเราทีหลัง.. ตอนนี้หมดศรัทธาไปแล้ว..สำหรับคนที่ไม่มีจุดยืน..)
 
     ผมก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่แนะนำไปในทางที่ดีที่ถูกต้องได้ ไม่สอนคนให้ทำสิ่งผิดๆ ไม่หาพวก ไม่ใช่พวกมากลากไป อยากสันโดษ อยู่คนเดียวแต่เป็นคนดี ดีกว่ามีคนมากแล้วรวมตัวกันต่อรองหาผลประโยชน์(พันธมิตร ไม่ใช่กัลยาณมิตร) เราหันไปพัฒนาฝีมือ ด้านช่างอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้ากำลัง คอมพิวเตอร์ พัฒนาคนที่ดี พัฒนาหน่วยงาน ทำงานเพื่อสังคม และศึกษาเรียนต่อ มีอีกเยอะที่เราทำได้ อยากสรุปบทความไว้ให้คนรุ่นหลังๆ ไว้สานต่อ... เพราะเราอาจจะปล่อยวางแล้วหันไปฝึกฝนในด้านอื่นๆ เช่น.. ทำรายการ ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ใช้สมองใช้ปัญญา สร้างสรรค์ศิลปะ วัฒนธรรม ถ่ายทอดสู่สังคม ( เบื่อมานั่งซ่อมเครื่อง ชำรุดแล้วซ่อมๆๆๆ ไม่รู้จบ ไม่มีตัวชี้วัดผลการทำงาน )
 
     วันหลังจะมาเล่า เรื่องคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้ในการถ่ายทอดสัญญาณเสียง บันทึกเสียง และการซ่อมคอมพิวเตอร์ เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือตนเอง และแสดงข้อมูลดีๆ มีเหตุผลไว้ไปโต้แย้งกับพวกชอบติเตียน




จัดทำโดย คณะเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด ( มหาชน ) ผู้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคโนโลยีดิจิตอล ณ ประเทศญี่ปุ่น